หน้าแรก > คุยเรื่องสุขภาพ > การจากไป อย่างสงบที่ดีที่สุด คือ การเสียชีวิตโดยธรรมชาติ

การจากไป อย่างสงบที่ดีที่สุด คือ การเสียชีวิตโดยธรรมชาติ

หมวดหมู่ : คุยเรื่องสุขภาพ 24 November 2017 เปิดอ่าน 443 ครั้ง

การจากไป,วิธีการจากไป,เสียชีวิต,การเสียชีวิต

การจากไป โดยมีสติครบถ้วนสมบูรณ์ดีไม่ใช้น้อย

เมื่อแนวคิดเรื่อง การจากไป หรือ การเสียชีวิตในบ้านอย่างสงบเริ่มเผยแพร่ไปทีละน้อยก็มีคนไข้ “อยากจะตายที่บ้าน” รวมถึงครอบครัวที่อยากให้คนไข้ “มาตายที่บ้าน” เพิ่มขึ้น แม้จะเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

มีคนไข้อายุ 80 ปี คนหนึ่งเป็นมะเร็งส่วนลำคอและช่องปาก ซึ่งทำการรักษาด้วยการฉายรังสีแต่ก็กลับมาเป็นอีก ผมเลยบอกให้กลับบ้านไป ไม่ต้องรักษาอะไรไปมากกว่านี้จะดีกว่า

แกไปหาหมอที่เปิดคลินิกอยู่แถวบ้าน แต่ผมได้ยินว่าก่อนเสียชีวิต 1 ชั่วโมงก็ยังมีสติครบถ้วนสมบูรณ์ และช่วงสุดท้ายของชีวิตก็เหมือนหลับไปเฉยๆ…มีหลายคนที่หัวสมองยังชัดเจนแจ่มใสจนกระทั่งเสียชีวิตจริงๆ นะครับ

พูดถึงความเจ็บปวดแล้ว จากประสบการณ์ของผมบอกว่า มะเร็ง 4 ชนิดได้แก่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งทางเดินอาหาร และมะเร็งปากมดลูกหากปล่อยทิ้งไว้ก็ไม่ส่งผลต่ออายุ และไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด ถึงจะเป็นมะเร็งชนิดอื่นหรือมีอาการเจ็บปวดจากผลของการรักษา แต่หากพบหมอที่ละเอียดอ่อนในการดูแลประคับประคองผู้ป่วยเพื่อช่วยบรรเทาความทรมานแม้จะอยู่บ้านก็สามารถควบคุมความเจ็บปวดได้ 100% ครับ

วิธี การจากไป อย่างสงบที่บ้าน

สิ่งที่ต้องระวังในการกรณีที่รักษาตัวอยู่กับบ้านคือ “การให้ยาเข้าเส้นทีละน้อย” ครับ ถ้าจะแทงเข็มกันทุกวันคนไข้ก็เจ็บ ซ้ำยังเป็นภาระกับหมอ ส่วนใหญ่จึงเสียบหลอดคาไว้ในเส้นเลือดดำตรงไหนสักแห่ง แล้วให้ยาภายใน 46 ชั่วโมง แต่ไม่ว่าอย่างไรปริมาณยาที่ได้รับก็ยังมากเกินไปจนทำให้ร่างกายบวมน้ำ

อาการบวมน้ำยังลามไปถึงปอดด้วย เมื่อเกิดอาการน้ำท่วมปอดก็จะยิ่งหายใจเหนื่อยหอบเหมือนเวลาจมน้ำ มีอาการไอและมีเสมหะซึ่งทำให้ทรมานอย่างมาก

สรุปคือ ไม่ต้องให้ยาผ่านเส้นเลือดหรอกครับ รอให้เสียชีวิตเหมือนต้นไม้โดยโรยราไปเองจะสบายที่สุด การหักใจไม่ให้ยาทางเส้นเลือดนี้ทั้งตัวคนไข้และครอบครัวจึงต้องมีความกล้าหาญด้วย ไหนจะต้องช่วยคิดว่าอยากให้คนไข้รับสารอาหารอะไร แล้วสุดท้ายก็ให้ยาผ่านเส้นเลือดตามเคย ซึ่งพฤติกรรมนี้จะเสมือนเป็นการทำให้คนไข้ “จมน้ำตาย”

ความจริง “การรักษาตัวที่บ้าน” กำลังถูกจับตามองในด้านการเจริญเติบโตมากที่สุดในบรรดาแวดวงการแพทย์ด้วยกันเอง นั่นหมายความว่า พวกเขามีเป้าหมายทางด้านธุรกิจ และกำลังวางแผนให้มีการเสียบท่อให้ยาแล้วปล่อยให้คนไข้กลับบ้าน

นอกจากนี้ธรรมชาติของหมอคือ ถ้าให้ยาทางเส้นเลือดก็อยากจะลองให้ยาอื่นดูด้วย จึงเพิ่มยาต้านมะเร็งเข้าไปอีกทำให้คนไข้ทรมานยิ่งกว่าเดิม

อุตส่าห์พาตัวกลับมาบ้านเพื่อให้จากไปอย่างสงบทั้งที ก็จงทิ้งความทุกข์ทรมานที่เกิดจากการให้ยาผ่านเส้นเลือดมากเกินไปไว้ที่โรงพยาบาลเถิดครับ ดังนั้นถ้าอยากจะจากไปสบายๆ ก็จำเป็นต้องประกาศแยกทางกับการให้ยาผ่านเส้นเลือดอย่างต่อเนื่องนะครับ

การรักษาทางการแพทย์คิดค้นขึ้นมาเพื่อผู้ป่วยทุกคน แต่ก็มีปัญหามาก รวมถึง “ท่อใส่จมูก” ที่จะนำสารอาหารลงไปสู่กระเพาะอาหารและ “สายสวนกระเพาะอาหาร” ซึ่งเจาะช่องท้องเสียบสายเข้าไปในกระเพาะอาหารโดยตรง เพื่อส่งน้ำและสารอาหารด้วย

ในสมัยที่ยังไม่มีการจับกรอกสารอาหารแบบนี้ คนที่กำลังโคม่าจากอุบัติเหตุหรือโรคหลอดเลือดสมองจะจากไปแบบม้วนเดียวจบ พอมีการฝืนให้อาหารให้น้ำทางปากก็ปรากฏว่าทำให้มันเข้าไปที่ปอด จึงทำให้เสียชีวิตจากการขาดอาหารไปต้องอยู่อย่างมีชีวิตเหมือนผักไปอีกหลายปี

หากดูแลรักษาตัวเองที่บ้านโดยไม่ปล่อยให้แพทย์เข้ามาแทรกแซงก็สามารถอำลาจากโลกนี้ไปได้อย่างสงบครับ…และผมก็คิดว่า การจากไปอย่างสงบก็คือ “การเสียชีวิตโดยธรรมชาติ” นั่นเอง

 

ฟื้นฟูโรคมะเร็งกลับมาปกติอีกครั้ง ไม่ต้องพึ่งหมอ ด้วยอาหารเสริม พลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

เพิ่มเพื่อน

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” 47 เรื่องต้องรู้ก่อนไปหาหมอ ” คนเขียนคือ คนโด มะโกะโตะ

แพทย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นในปี 2012

และ นายแพทย์คนโด มะโกะโตะ ยังได้รับเกียรติให้รับรางวัล “Kikuchi Kan Awards ครั้งที่ 60” หากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็พอจะได้ความรู้มากขึ้น

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook