หน้าแรก > คุยเรื่องสุขภาพ > ไปดูปฏิกิริยาของ การอักเสบ ประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอน

ไปดูปฏิกิริยาของ การอักเสบ ประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอน

หมวดหมู่ : คุยเรื่องสุขภาพ 29 January 2018 เปิดอ่าน 546 ครั้ง

การอักเสบ,รักษาการอักเสบ,แก้การอักเสบ,วิธีการอักเสบ,ยาการอักเสบ,สมุนไพรการอักเสบ

ขั้นตอนที่ 1 : การอักเสบ การทำลาย endothelium ช่วงเริ่มต้น

ชั้นของ endothelium ถือเป็นชั้นของเซลล์ที่มีความไวต่อการกระตุ้นมากแม้ว่าจะมีการรบกวนเพียงเล็กน้อยก็ตามนักวิจัยส่วนใหญ่เชื่อว่าการแข็งตัวของหลอดเลือดเริ่มต้นเมื่อ oxidative stress ทำลายหรือรบกวนเซลล์ชั้นเดียวชนิดนี้

ทั้งคอเลสเตอรอล LDL ที่ผ่านปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น, homocysteine และอนุมูลอิสระเป็นสาเหตุทำให้ oxidative stress ทำลาย endothelium กระบวนการนี้เกิดขึ้นเมื่อคอเลสเตอรอล LDL เดิมสามารถผ่านเข้าพื้นที่ใต้เยื่อบุหลอดเลือด (ที่เรียกว่า subendothelium) ซึ่งเป็นพื้นที่ๆมักถูกปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่นกระทำ จากนั้นคอเลสเตอรอลชนิดนี้ก็เริ่มทำลายเยื่อบุหลอดเลือดทันที

ขั้นตอนที่ 2 : ปฏิกิริยาของ การอักเสบ

            ร่างกายของเรามีระบบป้องกันที่ถูกออกแบบมาให้ปกป้อง endothelium ของหลอดเลือด ในภาวะของการถูกทำลายนั้น ร่างกายจะโต้ตอบด้วยการส่งเม็ดเลือดขาวจำนวนหนึ่งเพื่อมากำจัดคอเลสเตอรอลที่เป็นอันตราย ตรงจุดนี้เป็นส่วนที่เม็ดเลือดขาวเริ่มกินศัตรูเพื่อลดภาวะของการรบกวนที่เกิดขึ้นกับ endothelium ให้น้อยลงที่สุด หากการโต้ตอบของร่างกายประสบความสำเร็จ ปัญหาก็จะหมดไป เยื่อบุหลอดเลือดจะได้รับการซ่อมแซม แต่ความสำเร็จที่ยั่งยืนในการต่อสู้กับคอเลสเตอรอลนี้ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา

ลองคิดเปรียบเทียบเซลล์เม็ดเลือดให้เป็นรถตู้สีขาวคันเล็กๆ ในขณะที่มันวิ่งวนเวียนไปรอบๆ ขับรถไปรับเด็กๆและแวะส่งเด็กที่ปลายทางที่เหมาะสม อย่างไรก็ดีรถตู้เหล่านั้นย่อมมีข้อจำกัดของที่นั่งและเข็มขัดนิรภัย ในวันที่โขคดีเม็ดเลือดขาวจะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ตอนที่ร่างกายแข็งแรงพวกมันจะลาดตระเวนแล้วแวะรับและส่งคอเลสเตอรอล LDL ตามหน้าที่ อย่างที่เกริ่นไว้ว่าเม็ดเลือดขาวนั้นเปรียบได้กับรถตู้ขนาดเล็กที่สามารถบรรทุกอนุภาคของคอเลสเตอรอล LDL ได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเราเรียกมันว่า กลไกตอบรับของธรรมชาติ

เมื่อ คอเลสเตอรอล LDL เดิมที่มีอยู่ในร่างกายถูกกระทำโดยปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น อนุภาคของ คอเลสเตอรอลนั้นๆจะมิได้เป็นเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาอีกต่อไป พวกมันสามารถทำร้ายร่างกายและเม็ดเลือดขาวก็จะมีวิธีการจับพวกมันด้วยวิธีการที่แตกต่างจากเดิมออกไป เม็ดเลือดขาวจะรวบรวมเซลล์ของ LDL ชนิดอันตรายที่ผ่านอ๊อกซิเดชั่นแล้วเอาไว้กับตัวเองปต่จะไม่ยอมปล่อยพวกมันออกไป ซึ่งกระบวนการนี้เปรียบได้กับแก๊งค์อันธพาลอ้วนจอมซ่าที่นัดทะนานกันอยู่ในรถตู้ส่งเสียงร้องเอะอะทะลุผ่านประตูหลังของรถซึ่งไม่มีคนขับคอยควบคุม แม้ว่าจะมีจำนวนเด็กบนรถเพิ่มมากขึ้นก็ตาม หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยๆรถตู้ก็จะไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ แน่นอนว่าปัญหาจราจรติดขัดก็จะตามมา

เมื่อเม็ดเลือดขาวเผชิญกับคอเลสเตอรอลเลวอีก มันก็จะตกอยู่ในฐานะลำบากเพราะขาดกลไกตอบรับทางธรรมชาติไป เม็ดเลือดขาวก็จะมีแต่คอเลสเตอรอล LDL(ไขมัน)ที่ผ่านปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่นยัดเยียดอยู่เต็ม ซึ่งจะเปลี่ยนตัวเองเป็น Foam cell ที่อันตราย จากที่อธิบายคงเหมือนกับภาพที่คุณได้จินตนาการตามคือ มีเซลล์ที่มีรูปร่างเหมือนก้อนไขมันกลมๆ โดย Foam cell จะติดตัวเองเข้ากับเนื้อเยื่อบุหลอดเลือดและกลายตัวจนเป็นโรคหลอดเลือดแข็งตัวขั้นแรกซึ่งขนานนามกันว่า ริ้วไขมัน

ริ้วไขมันในหลอดเลือดเป็นโรคของเนื้อเยื่ออักเสบอย่างหนึ่ง ซึ่งถือเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการที่เรียกว่า antherosclerosis อย่างไรก็ดี หากกระบวนการนี้หยุดลงแค่ตรงจุดนี้ อย่างน้อยที่สุดร่างกายจะมีโอกาสได้ซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ในความจริงแล้วมันเหมือนกับเหตุการณ์ในสงครามที่มีผลเสียหายที่ต่อเนื่องยาวออกไปอีก กล่าวง่ายๆคือ แทนที่ขึ้นตอนของเยื่อบุเซลล์ที่หลอดเลือดที่เสียหายแล้วได้รับการฟื้นฟูแต่กลับโดนระบบซ่อมแซมของร่างกายเข้าทำร้ายเสียเองซึ่งก่อให้เกิดความอักเสบมากขึ้น ทั้งยังดึงเม็ดเลือดขาวมากกว่าเดิม และเปลี่ยนคอเลสเตอรอล LDL ให้เป็น LDL ที่ผ่านอ๊อกซิเดชั่น มันจะนำมาซึ่งความอักเสบเรื้อรังในบริเวณเยื่อบุ9เซลล์ของหลอดเลือด

ขั้นตอนที่ 3 :  การอักเสบ เรื้อรัง

การอักเสบเรื้อรังเป็นสาเหตุที่นำไปสู่โรคหัวใจ โรคลมปัจจุบัน โรคหลอดเลือด และโรคเส้นโลหิตแดงโป่งพอง ซึ่งโรคต่างๆเหล่านี้จัดอยู่ในโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ หากเกิดการอักเสบในหลอดเลือดแดงขึ้น ริ้วไขมันที่ได้อธิบายไปแล้วจะเริ่มเปลี่ยนแปลง การอักเสบมิได้เพียงถึงเซลล์เม็ดเลือดขาวแต่เพียงอย่างเดียว มันสามารถดูดเอาคอเลสเตอรอล LDL ที่ผ่านปฏิกิริยา oxidation เข้ามาเก็บอยู่ในตัวเอง ซึ่งเป็นการสร้างกำแพงหนาขึ้นๆในหลอดเลือด และยังเป็นการทำให้เกิดการแข็งตัวของหลอดเลือดอีกด้วย

ความอักเสบเรื้อรังยังเป็นสาเหตุให้ชั้นกล้ามเนื้อของหลอดเลือดมีความหนาตามกระบวนการที่เรียกว่า proliferation ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างความหนาของกล้ามเนื้อเซลล์ให้เพิ่มสูงขึ้น จากผลดังกล่าวจึงทำให้หลอดเลือดตีบลง สามารถดูตามจากภาพที่ 3

            กระบวนการทั้งหมดเป็นวงจรที่ส่งผลร้ายกับร่างกายเป็นอย่างยิ่ง มันมิได้เพียงสร้างกำแพงขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังเพิ่มความหนาให้กับเส้นเลือด ปกติแล้วเซลล์ในชั้น endothelium จะทำหน้าที่ได้ดีโดยการปลดปล่อยสาระสำคัญที่มีชื่อว่า nitrous oxide โดยระหว่างที่เกิดการอักเสบนั้น ตัว endothelium เองจะสกัดกั้นการปลดปล่อยสารดังกล่าว ซึ่งเป็นผลให้ endothelium ทำงานด้อยประสิทธิภาพลง ทำให้เกล็ดเลือดเกาะตัวกับกำแพงในเส้นเลือด และทำให้เส้นเลือดที่อยู่รอบกำแพงเกิดการกระตุก

Clogged Artery

 

หลอดเลือดอุดตัน

Foam cell เริ่มสะสมตัวและมีการดึงเม็ดเลือดขาวมากขึ้นแม้ว่าสุดท้ายมันจะกลายมาเป็น Foam cell แบบตัวมันเองก็ตาม กล้ามเนื้อส่วนเรียบเริ่มขยายตัวและเริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่นี้ และช่องในหลอดเลือดจะแคบลง สุดท้ายเยื่อบุเซลล์หลอดเลือดจะทำงานผิดปกติซึ่งกระตุ้นให้เกิดการเพิ่มความตีบตันให้เส้นเลือดซึ่งเกิดจากการกระตุกของเส้นเลือดและยึดเกาะของเกล็ดเลือด

ขั้นตอนที่ 4 : การแตกของกำแพงในหลอดเลือด

            ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของสาเหตุของการเกิดอาการหัวใจล้มเหลวมาจากการแตกตัวของส่วนใดส่วนหนึ่งของกำแพงที่ก่อตัวอยู่ในผนังหลอดเลือดและก้อนเลือดที่แข็งตัวซึ่งก่อตัวอยู่รอบๆกำแพงที่แตก สถานการณ์เช่นนี้เป็นสาเหตุให้เกิดการปิดตัวอย่างรุนแรงและรวดเร็วของเส้นเลือดซึ่งจะสกัดกั้นไม่ให้เลือดไหลเข้าไปที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของหัวใจ กำแพงอันตรายที่เกิดขึ้นในหลอดเลือดมักจะมีขนาดเล็กและอาจไม่สามารถก่อให้เกิดการตีบตันของเส้นเลือดให้เห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้การวินิจฉัยการแตกตัวของกำแพงในหลอดเลือดเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก (คุณคงเข้าใจแล้วว่าทำไมโรคนี้จึงเป็นเหมือนภัยเงียบและคาดไม่ถึงจนกว่ากำแพงจะเกิดการแตกและสกัดกั้นทางเดินเลือดจริง) oxidative stress อาจสามารถสลายแรงยึดเหนี่ยวในกำแพงที่เกาะอยู่ จนเป็นเหตุให้เกิดการแตกตัว

หลอดเลือดสามารถเกิดการตีบอย่างต่อเนื่องจนตัน คุณเคยมีเพื่อนหรือสมาชิกครอบครัวที่เข้ารับการตรวจหลอดเลือดด้วยวิธีการฉีดสีเพื่อหาจุดตีบของหลอดเลือดหรือไม่ครับ? ผู้ป่วยที่มักมีอาการเจ็บหน้าอก แพทย์มักจะเรียกอาการนี้ว่า unstable angina ในสถานการณ์เช่นนี้ แพทย์จะเปิดเส้นเลือดด้วยการผ่าตัด (ทำบอลลูนให้กับหลอดเลือด) หรือทำการผ่าตัดบายพาส

ถ้าหากคุณเคยต้องใช้เวลาทั้งวันเพื่อตามหาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือดหัวใจทั่วโรงพยาบาลแล้ว ถึงเวลานี้คุณคงเข้าใจแล้วว่าเวลาส่วนใหญ่ที่แพทย์เหล่านั้นเสียไปคือการระเบิดทางตันในหลอดเลือด พวกเขามักจะรักษาผู้ป่วยที่อยู่ในอาการของการอักเสบระยะสุดท้าย แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามที่จะรักษาชีวิตของคนไข้เอาไว้ให้ได้ แพทย์ไม่มีเวลาเหลือสอนวิธีการดำรงชีวิตให้ผู้ป่วยเพื่อชะลอหรือป้องกันการกลับมาเป็นโรคเดิมอีกครั้ง

 

ฟื้นฟู หลอดเลือดอักเสบ ด้วยอาหารเสริมด้วยพลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

เพิ่มเพื่อน

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” เมื่อคุณหมอไม่รู้จักอาหารเสริม ”

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook