หน้าแรก > คุยเรื่องสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ > ยิ่งมีอารมณ์รุนแรง โรคสมองเสื่อม ก็จะไม่กล้ำกราย จริงหรือ ?

ยิ่งมีอารมณ์รุนแรง โรคสมองเสื่อม ก็จะไม่กล้ำกราย จริงหรือ ?

หมวดหมู่ : คุยเรื่องสุขภาพ, อาหารเพื่อสุขภาพ 25 December 2017 เปิดอ่าน 250 ครั้ง

โรคสมองเสื่อม,สมองเสื่อม,รักษาโรคสมองเสื่อม,รักษาสมองเสื่อม

ความลับสุดยอดสู่ “ สมองไม่เสื่อม ”

ผมเป็นคนอารมณ์อ่อนไหว กระทั่งเวลาพูดเรื่องคนไข้ก็ร้องไห้บ่อยๆ เลยได้ฉายาว่า “หมอเจ้าน้ำตา” และไม่เพียงร้องไห้บ่อยเท่านั้นนะครับ ผมยังโมโหง่าย หัวเราะง่าย ดีใจง่าย เจ็บปวดง่าย

เพราะเป็นคนมีอารมณ์ขึ้นลงง่ายและค่อนข้างสุดโต่งแบบนี้ จึงไม่ยอมให้มีการตัดเต้านมสุภาพสตรีที่เป็นมะเร็งเต้านมออกครับ ผมสงสารพวกเธอมาก “วิธีรักษาแบบเหลือเต้านมไว้” ถึงได้แพร่หลายไปทั่ว อีกทั้งผมยังสามารถคิดค้น “วิธีรักษาแบบปล่อยทิ้งไว้” เพราะอยากช่วยคนไข้ที่ถูกบังคับให้รักษาด้วยเคมีบำบัดหรือผ่าตัดซึ่งรังแต่จะทำให้ทุกข์ทรมาน

ผมรู้สึกขอบคุณมากเลยครับที่เกิดมาเป็นคนอารมณ์อ่อนไหว เปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกทั้งให้เป็นพลังงานในการช่วยเหลือผู้คน

มีกลอนเปล่าโด่งดังชื่อ วัยรุ่น (Youth) ของแซมวล อุลล์แมนเขียนไว้ว่า

“…วัยรุ่นไม่ใช่ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต มันเป็นเรื่องของจิตใจมากกว่า

ความมุ่งมั่นแรงกล้า พลังแห่งจินตนาการล้นเหลือ อารมณ์รุนแรง กล้าหาญไม่เกรงกลัว รักการผจญภัย สิ่งเหล่านี้คือวัยรุ่น

คนเราไม่แก่แค่เพียงอายุมากขึ้น เมื่อความฝันสูญหายไปนั่นละจึงเริ่มแก่

แม้ริ้วรอยบนผิวหนังจะเพิ่มขึ้นตามวันเวลา แต่หากสูญเสียความปรารถนาแรงกล้า จิตใจก็จะเหี่ยวแห้ง…”

มันออกจะปุบปับไปหน่อยที่กระโดดเข้าเรื่อง โรคสมองเสื่อม เลยนะครับ มีคนบอกว่า “ โรคสมองเสื่อม เป็นโรคของความโดดเดี่ยว” หากนั่งดูโทรทัศน์คนเดียวเป็นประจำไม่ทันไรอาการสมองเสื่อมก็ถามหาแล้ว สมองจะเป็นฝ่ายตั้งรับโดยสมบูรณ์เวลาดูโทรทัศน์ เช่นเดียวกับการทำตัวเหม่อลอยทำให้สมองเสื่อมถอย ร่างกายเองก็เสื่อมถอยด้วย เพราะแทบจะไม่ได้ขยับแขนขาเลย ส่วนคนที่แม้จะอยู่คนเดียวแต่ใช้สมองมือเท้าบ่อยๆ และสนุกกับการทำเรื่องต่างๆ เช่น “ถักนิตติ้งเป็นของขวัญให้หลาน” “ถูกใจของรางวัล ว่างเมื่อไรเป็นเขียนไปรษณียบัตรส่งชิงโชค” “อบขนมไปแจกเพื่อนๆ” เป็นต้น ก็จะไม่มีอาการสมองเสื่อมหรือซึมเศร้าเหงาหงอย

ไม่ว่าจะอายุเท่าไร ก็ร้องไห้ไปเถอะ หัวเราะไปเถอะ

สมองส่วนที่เกี่ยวกับความทรงจำชื่อ “ฮิปโปแคมปัส (hippocampus)” เป็นอวัยวะที่มีรูปร่างเหมือนม้าน้ำ แล้วยังมีอวัยวะที่เกี่ยวกับความจำอีกส่วนชื่อ “อะมิกดาลา (amygdala)”

อะมิกดาลาจะประมวลความรู้สึก ตอบสนองทางอารมณ์ เช่น “รัก” “เกลียด” “ดีใจ” “กลัว” ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าเข้าไปในสมอง

ประสบการณ์ที่ทำให้หัวใจเคลื่อนไหวรุนแรง เช่น “ตื่นเต้นสุดขีด” “น้ำตาไหลไม่หยุด” “ขยับตัวไม่ได้ด้วยความกลัว” จะเชื่อมต่อกับอะมิกดาลา ฝังความทรงจำลึกลงไปในสมองไม่ลบเลือน ในทางตรงข้าม เรื่องที่ไม่กระทบจิตใจก็จะลืมเลือนในทันที

เวลาเราจะเรียนรู้อะไร ความรู้สึกว่า “อยากจะรู้ให้ได้” จะแรงกล้าหรือถ้าเราตกอยู่ใต้ภาวะกดดันแบบ “ถ้าสอบตกขึ้นมาจะซ้ำชั้นนะ” ความสามารถในความทรงจำก็จะพุ่งพรวดทีเดียว

ยิ่งอารมณ์รุนแรงก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นสมอง ชั้นเก็บความทรงจำก็จะพุ่งขึ้นตามไปด้วย การป้องกันอาการสมองเสื่อมโดยมีสภาวะอารมณ์กว้างขวาง อยากรู้อยากเห็น เวลามีอะไรก็หัวเราะออกมาดังๆ เจอเรื่องเศร้าหรือเรื่องยอมลงให้ไม่ได้ก็ร้องไห้ ดีกว่าการฝึกสมองเสียอีก

ให้คุณเตือนตัวเองอยู่เสมอให้ “หัวเราะบ้าง ร้องไห้บ้าง” แม้จะไม่ถึงขั้น “อารมณ์รุนแรง” “รักการผจัญภัย” แบบที่แซมวล อุลล์แมนบอก สมองก็ยังอ่อนเยาว์ไม่เปลี่ยน

อย่าปล่อยให้ประสาทสัมผัสทั้งห้าเฉื่อยชา จงรักษาความสดใสไว้ให้มากที่สุด นี่ก็เป็นเคล็ดลับที่ทำให้สมองไม่เสื่อมแล้วละครับ

 

ฟื้นฟูโรคต่างๆ กลับมาปกติอีกครั้ง ไม่ต้องพึ่งหมอ ด้วยอาหารเสริม พลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

เพิ่มเพื่อน

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” 47 เรื่องต้องรู้ก่อนไปหาหมอ ” คนเขียนคือ คนโด มะโกะโตะ

แพทย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นในปี 2012

และ นายแพทย์คนโด มะโกะโตะ ยังได้รับเกียรติให้รับรางวัล “Kikuchi Kan Awards ครั้งที่ 60” หากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็พอจะได้ความรู้มากขึ้น

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook