Wednesday 19 December 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ > ไม่ต้องกลัวความเจ็บปวด หากใช้มอร์ฟีนอย่างถูกต้อง จะมีชีวิตอยู่ได้สบาย

ไม่ต้องกลัวความเจ็บปวด หากใช้มอร์ฟีนอย่างถูกต้อง จะมีชีวิตอยู่ได้สบาย

หมวดหมู่ : ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ 23 November 2017 เปิดอ่าน 819 ครั้ง

มอร์ฟีน,ใช้มอร์ฟีน,ใช้มอร์ฟีนอย่างถูกต้อง

หากใช้ มอร์ฟีน ถูกต้องก็จะไม่เสพติด

คนเรากลัวความตายและ “กลัวความเจ็บปวด” กันมาก ในทางกลับกัน ถ้ารู้ว่าเจ็บปวดนั้นควบคุมได้ก็จะทำให้จิตใจสงบลง

อาการเจ็บปวดเจียนตายก็สื่อความหมายว่ามะเร็งแพร่กระจายสู่กระดูกแล้ว เมื่อเซลล์มะเร็งแพร่กระจายเพิ่มจำนวน และก้อนมะเร็งมีขนานใหญ่ขึ้น จะส่งผลให้เยื่อหุ้มกระดูกถูกดันให้ขยายตัวจากภายใน ตอนนี้สารเคมีบางอย่างจะหลั่งออกมา ทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวดจากการที่เนื้อเยื่อถูกดึงรั้งให้ขยายตัว นี่เป็นความเจ็บปวดแสนสาหัส

ทว่าไม่ต้องกลัวหรอกครับ ยังมีวิธีที่จะเอาความเจ็บปวดเหล่านั้นออกไปได้อย่างชะงัด

วิธีที่ 1 กินยาแก้ปวด ให้กินยาแก้ปวดที่จะไม่มีส่วนผสมของสารเสพติดและถ้ายังไม่หายก็ตามด้วย วิธีที่ 2 กินยาแก้ปวดที่ส่วนผสมของสารเสพติดอ่อนๆ แต่ถ้ายังไม่หายอีก วิธีที่ 3 ใช้มอร์ฟีน แบบกินหรือแบบเหน็บก็ได้

เรื่องที่อยากให้คุณจำไว้ให้ดี “ถ้าใช้มอร์ฟีนอย่างถูกต้องก็ไม่ต้องห่วงจะติดหรือเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร” เพราะจะมีความเสี่ยงในการเสพติดมอร์ฟีนหรือตกอยู่ในภาวะพึ่งพายาก็ต่อเมื่อใช้ “วิธีฉีด” เท่านั้น

สาเหตุเพราะหากฉีดมอร์ฟีน จะให้ความเข้มข้นในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สมองจะตอบสนองช่วยให้เรารู้สึกดี เป็นเหตุให้เลิกไม่ได้ในที่สุด สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 มีการฉีดมอร์ฟีนให้ทหารที่ได้รับบาดเจ็บในปริมาณมาก ภายหลังสงครามจึงมีคนทุกข์ทรมานจากการพึ่งมอร์ฟีนมาอย่างยาวนาน และเหมือนจะส่งผลกระทบมาถึงเดี๋ยวนี้ ฉากในละครโทรทัศน์ยังมีหมอออกมาพูดว่า “ อาจจะติด มอร์ฟีน ” หรือ “อาจจะตายเร็วกว่าที่ควร”

ในจุดนี้ หากใช้วิธีกิน เหน็บ หรือปรับให้ค่อยๆหยดเข้าเส้นเลือด ระดับความเข้มข้นของมอร์ฟีนในเลือดก็จะเพิ่มขึ้นทีละน้อยๆ คุณจึงไม่ต้องห่วงว่าจะ “ติดยา” เนื่องจากมีลิมิตควบคุมอยู่แล้ว

ถ้าเอาความเจ็บปวดออกไปได้ ทั้งแรงกายและแรงใจก็จะฟื้นกลับมา ทำให้มีชีวิตต่อไปได้ด้วยดีครับ

ทว่าแม้มอร์ฟีนจะปลอดภัย ก็มีบ้างที่อาจจะมีผลข้างเคียง เช่น ท้องผูก คลื่นไส้ ในกรณีนี้ต้องใช้ควบคู่ยาที่มีผลข้างเคียงน้อย อาจมีบ้างที่รำคาญเพราะต้องกินให้ตรงเวลาวันละหลายครั้ง ซ้ำยังต้องกินทุกวันด้วย ที่ญี่ปุ่นถ้ากินยามอร์ฟีนแบบออกฤทธิ์ช้า 30 มิลลิกรัม วันละ 2 เม็ด เป็นเวลา 1 เดือน คิดเป็นเงิน 42,000 เยน (ประมาณ 14,000 บาท) คนไข้ต้องรับภาระนี้ ใน 1 ปี ก็เป็นเงิน 510,000 เยน (ประมาณ 138,440 บาท) บางคนอาจต้องกินวันละเป็น 10 เม็ดติดต่อกันตลอดชีวิต จึงถึงเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่หนักหนาเอาการ

การฉายรังสี ก็ช่วยสลายความเจ็บปวด ซ้ำราคายังถูกด้วย

ถ้าฉายรังสีในบริเวณที่ปวดเนื่องจากเซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปถึงกระดูกสัก 1 ครั้ง ความเจ็บปวดจะบรรเทาลงราวกับต้องมนต์ ทั้งนี้เพราะการฉายรังสีทำเฉพาะส่วนในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น จึงมีผลข้างเคียงน้อย แต่ถ้าเลือกทำเคมีบำบัดเป็นเวลานาน ก้อนมะเร็งที่เติบโตจะส่งผลให้กระดูกเปราะหรือหัก นอกจากนี้ตัวยาเคมียังแพร่กระจายไปทั่วทั้งตัว ทำให้อวัยวะภายในหลายส่วนเสียหาย นำมาซึ่งผลข้างเคียงอย่างใหญ่หลวง

ทว่าในกรณีที่ก้อนเนื้อลุกลามไปทั่วก็ไม่สามารถฉายรังสีรักษาไปทีละส่วนได้นะครับ แต่ถึงอย่างนั้นการรักษาอาการเจ็บปวดด้วยการฉายรังสีมีแต่เรื่องดี ตีค่าใช้จ่าย 10 ครั้งตกอยู่ที่ 140,000 เยน (ประมาณ 38,000 บาท) ในญี่ปุ่นส่วนที่ผู้ป่วยต้องรับผิดชอบก็เพียงแค่ 30% ของเงินจำนวนนี้ แล้วคนที่หายปวดอย่างสิ้นเชิงก็จะไม่ต้องใช้มอร์ฟีนช่วย ส่วนคนที่ยังปวดอยู่บ้างก็ลดปริมาณมอร์ฟีนจากอัตราปกติลงได้ ดังนั้นจึงคุ้มค่ามากที่จะลองฉายรังสีใน “ระยะมะเร็งที่เหมาะสม” ครับ

 

ฟื้นฟูโรคมะเร็งกลับมาปกติอีกครั้ง ไม่ต้องพึ่งหมอ ด้วยอาหารเสริม พลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

เพิ่มเพื่อน

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” 47 เรื่องต้องรู้ก่อนไปหาหมอ ” คนเขียนคือ คนโด มะโกะโตะ

แพทย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นในปี 2012

และ นายแพทย์คนโด มะโกะโตะ ยังได้รับเกียรติให้รับรางวัล “Kikuchi Kan Awards ครั้งที่ 60” หากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็พอจะได้ความรู้มากขึ้น

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook