หน้าแรก > คุยเรื่องสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ > จำใส่ใจเอาไว้หากเลือกทานให้ดี อาหารเสริม ที่ดีจริงช่วยได้

จำใส่ใจเอาไว้หากเลือกทานให้ดี อาหารเสริม ที่ดีจริงช่วยได้

หมวดหมู่ : คุยเรื่องสุขภาพ, อาหารเพื่อสุขภาพ 23 December 2017 เปิดอ่าน 131 ครั้ง

อาหารเสริม,ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม,อาหารเสริมที่ดี

ถ้าหมอนัดกันประท้วงหยุดงานอัตราการเสียชีวิตจะลดลง หันมาทาน อาหารเสริม ดีกว่า

มุมมองของผมที่มีต่อการรักษาตั้งแต่มาเป็นหมอเปลี่ยนไปมากพอควรเลยละครับ อย่างที่เขียนเอาไว้ครับ เคสที่ผมช่วยรักษาคนไข้ได้ “มีน้อยยิ่งกว่าน้อย”

หวัด ไข้หวัดใหญ่ ก็ “รักษาไม่ได้” มะเร็ง โรคไต ตับอักเสบก็รักษาไม่หาย พอใช้ยาก็มีผลข้างเคียงร้ายแรง ซ้ำร้ายส่วนมากยังบั่นทอนชีวิตให้สั้นลงเสียอีกเพียงแค่ทำให้ค่าความดันโลหิต โรคเบาหวาน โรคไขข้อลดลงหรือบรรเทาความเจ็บปวดเท่านั้น…

โดยเฉพาะยิ่งอายุสูงขึ้น กลายเป็นร่างกายต้องแบกรับการรักษา พยายามไม่กินยาจะดีกว่า มีหลายครั้งเลยที่เกิดโรคแทรกซ้อนหรือภาวะผิดปกติหลังผ่าตัดจนบั่นทอนชีวิตให้สั้นลง

มันเป็นเรื่องจริงที่ราวกับล้อเล่นครับ ในปี ค.ศ. 1976 หมอประเทศโคลอมเบียทางอเมริกาใต้ประท้องหยุดงานไป 52 วัน นอกจากการตรวจรักษาฉุกเฉินแล้วทุกอย่างที่โรงพยาบาลก็หยุดหมด ข่าวในหนังสือพิมพ์รายงานผลข้างเคียงแปลกประหลาดว่า “อัตราการเสียชีวิตลดลง 35%” สมาคมประกอบพิธีศพของภาครัฐออกมาให้ความเห็นอย่างงงงันว่า “มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญแต่ความจริงก็คือความจริง”

แม้แต่หมอที่ลอสแอนเจลิสก็ประท้วงหยุดงานในปีเดียวกัน โรงพยาบาลหลัก 17 แห่งมีการผ่าตัดลดลงกว่าปกติถึง 60% อัตราการเสียชีวิตทั้งหมดลดลง 17% พอเลิกประท้วงกลับมาตรวจคนไข้ใหม่ อัตราการเสียชีวิตก็กลับเท่ามาตรฐานเดิมก่อนมีการประท้วง

ที่อิสราเอลก็มีการประท้วงหยุดงานของหมอในปี ค.ศ. 1973 จำนวนคนไข้ที่มาตรวจลดฮวบฮาบ จาก 65,000 คนต่อวัน เหลือ 7,000 คนต่อวันแล้วเป็นอย่างไรหรือครับ…

สมาคมฝังศพเยรูซาเลมบอกว่า “อัตราการเสียชีวิตลดลงครึ่งหนึ่ง” ที่เยรูซาเลมมีการประท้วงงานในปี ค.ศ. 2000 เช่นกัน มีผู้เสียชีวิต 93 คนในเดือนพฤษภาคมระหว่างการประท้วง ขณะที่มีกลายมี 153 คน สรุปว่าอัตราการเสียชีวิตลดลง 39% ทำให้รู้ว่า “การไปหาหมอทั้งที่ไม่จำเป็น” ทำให้ “บั่นทอนชีวิตให้สั้นลง”

นอนโรงพยาบาลนานสมองจะเสื่อม ทาน อาหารเสริม ช่วยได้

ประเทศญี่ปุ่นมีปัญหาเรื่องจำนวนวันในการแอ็ดมิตนานด้วย ในยุโรปและอเมริกาแอ็ดมิตหลักจากคลอดบุตรเพียง 1-2 วัน แต่ในญี่ปุ่นปกติจะนานถึง 1 สัปดาห์ เคยได้ยินว่าแค่กระดูกนิ้วก้อยหักก็ต้องติดอยู่โรงพยาบาล 3-4 วันหรือมากกว่านั้นเพื่อให้ยาปฎิชีวนะผ่านเส้นเลือดทั้งที่ไม่จำเป็นเลย

โดยเฉพาะการนอนโรงพยาบาลนานๆ ของผู้ป่วยสูงอายุ จำนวนวันในการนอนโรงพยาบาลของผู้สูงอายุโดยเฉลี่ยที่ประเทศเดนมาร์กอยู่ที่ 32 วัน ขณะที่ญี่ปุ่นเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยสูงอายุนอนโรงพยาบาลมากกว่า 6 เดือนผู้ป่วยสูงอายุได้แต่นอนอยู่บนเตียง ดังนั้นกล้ามเนื้อจึงอ่อนแรง เกิดอาการสมองเสื่อมตามมาทันที กลายเป็นสาเหตุใหญ่ของโรคจิตเสื่อมหรือนอนติดเตียง

มีคำกล่าวว่า “80% ของโรคไม่จำเป็นต้องไปหาหมอ อีก 10% ควรจะไปหาหมอ และ 10% ที่เหลือคือไปหาหมอแล้วผลแย่ลง” ซึ่งผมคิดว่าเป็นคำพูดที่จริงที่สุดเลยละครับ

โดยพื้นฐานแล้วอาการเจ็บปวดหรือไม่สบายตัวเล็กน้อย ถ้าปล่อยไว้ก็จะ “หายเอง” ดังนั้นคุณจึงควรไปหาหมอเฉพาะเวลาที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรอาการนั้นก็เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน หาข้อมูลให้ถ้วนถี่ก่อนนะครับว่าจำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลหรือผ่าตัดจริงหรือเปล่า แล้วค่อยก้าวเท้าออกจากบ้านไป

ถ้ารู้จักระวังและเอาใจใส่ดูแลสุขภาพตัวเอง คุณก็จะใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีความหมายครับ

 

ฟื้นฟูโรคต่างๆ กลับมาปกติอีกครั้ง ไม่ต้องพึ่งหมอ ด้วยอาหารเสริม พลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

เพิ่มเพื่อน

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” 47 เรื่องต้องรู้ก่อนไปหาหมอ ” คนเขียนคือ คนโด มะโกะโตะ

แพทย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นในปี 2012

และ นายแพทย์คนโด มะโกะโตะ ยังได้รับเกียรติให้รับรางวัล “Kikuchi Kan Awards ครั้งที่ 60” หากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็พอจะได้ความรู้มากขึ้น

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook