หน้าแรก > โรคมะเร็ง ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ > เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ไว้ก่อนผ่าตัดกระเพาะอาหารทิ้ง ( มะเร็งกระเพาะอาหาร )

เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ไว้ก่อนผ่าตัดกระเพาะอาหารทิ้ง ( มะเร็งกระเพาะอาหาร )

หมวดหมู่ : โรคมะเร็ง, ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ 27 November 2017 เปิดอ่าน 767 ครั้ง

มะเร็งกระเพาะอาหาร,โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร,รักษามะเร็งกระเพาะอาหาร,รักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

หากปล่อยทิ้งไว้ มะเร็งกระเพาะอาหาร จะหายไปเอง !

ปีค.ศ.2010 คนญี่ปุ่นที่เสียชีวิตเนื่องจาก มะเร็งกระเพาะอาหาร รวมทั้งชายและหญิงแล้วมีกว่า 50,000 ราย ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 จากผู้เสียชีวิตจากมะเร็งทั้งหมด

โศกนาฏกรรมของ โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร คือ เมื่อพูดถึงการรักษาหลักจะหมายถึงการผ่าตัดกระเพาะอาหารด้วย (เอาเนื้อร้ายและต่อมน้ำเหลืองที่มะเร็งอาจจะกระจายไปถึงออกไป) จึงทำให้ร่างกายคนไข้เสียหายหนัก

บางทีก็ตัดทิ้งออกไปทั้งยวง หรือตัดส่วนปลายรวมถึงส่วนที่ต่อกับลำไส้เล็กส่วนต้น ทำให้สูญเสียระบบการทำงานของกระเพาะอาหารไปถึง 2 อย่างคือ “การย่อยอาหาร” และ “การเก็บกักอาหารแล้วส่งต่อไปยังลำไส้เล็กส่วนต้นทีละน้อย” ดังนั้นเมื่อกระเพาะอาหารร่วงหล่นลงสู่ลำไส้เล็กก็จะทำให้อึดอัดทรมานกับการ “ทิ้งระเบิด” จนปวดท้องเหงื่อแตก สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการแบ่งอาหารกินทีละน้อยๆ 4-5 ครั้งต่อวัน ร่างกายเลยผ่ายผอมไม่แข็งแรงนอกจากค่าคุณภาพชีวิตด้านความเป็นอยู่ที่ดีจะลดฮวบแล้ว ชีวิตยังสั้นลงไปอีกด้วย

นอกจากนี้การผ่าตัดยังมีความเสี่ยงให้เกิดโรคแทรกซ้อนหรือมีอาการผิดปกติตามมา เช่น อาการอักเสบ มีเลือดออก เย็บแผลไม่สนิท

คุณ A มาหาผมที่แผนกผู้ป่วยนอก หมอที่ดูแลแกบอกว่าตรวจเจอ มะเร็งกะเพาะอาหาร ระยะ 1 ถ้าไม่ผ่าตัดกระเพาะอาหารออก 2 ใน 3 ส่วนก็ต้องทรมานอยู่ 2-3 ปีก่อนจะเสียชีวิต แม้คุณ A จะไปโรงพยาบาลอื่นเพื่อขอความเห็นจากหมอคนอื่น หมอที่อื่นก็พูดอย่างเดียวกัน

หลังจากมาปรึกษากับผม คุณ A เลือกที่จะไม่ตัดกระเพาะอาหารทิ้ง พออีก 1 ปี มาตรวจใหม่ ปรากฏว่าก้อนมะเร็งหายไปแล้ว จนผ่านมามากกว่า 5 ปี ร่างกายเขาก็แข็งแรงมาตลอดครับ

ผมคิดว่าการผ่าตัดมะเร็งกระเพาะอาหารโดยตัดทิ้งออกไปทั้งยวงหรือตัดออกส่วนใหญ่นั้น เป็นการรักษาที่ผิดพลาดครับ

หาก “มะเร็งของจริง” ลุกลามไปยังอวัยวะส่วนอื่นแล้ว ต่อให้ตัดกระเพาะอาหารทิ้งทั้งยวงก็ไม่หายหรอกครับ รังแต่ละสร้างความเจ็บปวดและลำบากจากความไม่สะดวกในการดำเนินชีวิต

แต่ถ้าหากเป็น “มะเร็งปลอม”  ที่ไม่ได้ลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ผมคิดว่าแค่รอดูสถานการณ์โดยไม่ต้องรักษาเหมือนคุณ A ก็ย่อมมีเรื่องดีมากมายและมีความเป็นไปได้สูงที่จะอาศัย “การผ่าตัดเล็กจำกัดขอบเขตให้น้อยที่สุด” เช่นการรักษาด้วยกล้องส่องขนาดจิ๋ว

ควรเก็บอวัยวะไว้

ปัญหาใหญ่ของการผ่าตัดมะเร็งกระเพาะอาหารในญี่ปุ่นคือ อย่างไรต่อมน้ำเหลืองรอบกระเพาะอาหารก็ต้องถูกตัดทิ้งออกไปทั้งหมด

โดยรอบๆ จากจุดที่ใกล้กระเพาะอาหารจะมีต่อมน้ำเหลือง 1-4 กลุ่ม ในกรณีของมะเร็งกระเพาะอาหารระยะเติบโตจะรักษาด้วยการเลาะต่อมน้ำเหลือง 2 กลุ่มทิ้ง พร้อมการตัดกระเพาะอาหารเป็นปกติ เรียกว่า “การตัดกระเพาะอาหาร D2” ซึ่งจะทำให้เกิดอาการผิดปกติตามมาเพราะไปตัดเอาเส้นประสาทส่วนกลางที่กระจายไปทั่วอวัยวะภายในช่องท้องรวมถึงกระเพาะอาหาร ทำให้อาการท้องร่วงถามหาทันที กินอาหารได้น้อย ท้องอืด อึดอัด ทรมาน เสียดท้อง แน่นหน้าอก กลืนไม่ลง หลังกินข้าวจะรู้สึกง่วง น้ำหนักตัวไม่กลับมาเหมือนเดิม…

ถ้าพอจะมีข้อดีบ้างก็ไม่มีปัญหาแต่การทดลองทางคลินิกของอังกฤษและเนเธอร์แลนด์สรุปออกมาว่า “การตัดกระเพาะอาหาร D2 ไม่ได้ช่วยให้อัตราการรอดชีวิตสูงขึ้น”

การผ่าตัดมะเร็งแพร่หลายไปทั่วโลก เพราะฉะนั้นเก็บอวัยวะภายในไว้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เถิดครับ ผ่าตัดไปก็รังแต่จะทำให้คนไข้ทรมานเท่านั้น ไม่ได้ทำให้อัตราการรอดชีวิตเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

การเลือก “เฝ้าสังเกตสถานการณ์โดยปราศจากการรักษา” แบบคุณ A อาจเป็นวิธีรักษาด้วยการเก็บอวัยวะภายในไว้ให้ถึงที่สุดซึ่งเหมาะสมที่สุดก็ได้

 

ฟื้นฟูโรคมะเร็งกลับมาปกติอีกครั้ง ไม่ต้องพึ่งหมอ ด้วยอาหารเสริม พลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

เพิ่มเพื่อน

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” 47 เรื่องต้องรู้ก่อนไปหาหมอ ” คนเขียนคือ คนโด มะโกะโตะ

แพทย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นในปี 2012

และ นายแพทย์คนโด มะโกะโตะ ยังได้รับเกียรติให้รับรางวัล “Kikuchi Kan Awards ครั้งที่ 60” หากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็พอจะได้ความรู้มากขึ้น

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook