Wednesday 19 December 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > อาหารเพื่อสุขภาพ > สารอาหารกับระบบ ภูมิคุ้มกัน มีผลอย่างไรกับร่างกายบ้าง

สารอาหารกับระบบ ภูมิคุ้มกัน มีผลอย่างไรกับร่างกายบ้าง

หมวดหมู่ : อาหารเพื่อสุขภาพ 19 April 2018 เปิดอ่าน 202 ครั้ง

ภูมิคุ้มกัน,ระบบภูมิคุ้มกัน,สร้างภูมิคุ้มกัน,ภูมิคุ้มกันร่างกาย,ภูมิคุ้มกันของร่างกาย

สารอาหารกับระบบ ภูมิคุ้มกัน

เราลองมาพิจารณาบทความทางการแพทย์ด้วยกันสักครั้งหนึ่งเพื่อดูว่าสารอาหารในแต่ละชนิดนั้นส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันโรคของเราอย่างไรบ้าง

วิตามินอี

หาก macrophages มีวิตามินอีไม่เพียงพอ มันจะปลดปล่อยอนุมูลอิสระและมีชีวิตอยู่ไม่ยืนนาน ระบบภูมิคุ้มกันของเราใช้การผลิตอนุมูลอิสระเพื่อเข้าทำลายบุกรุกประเภทต่างๆด้วยการสร้าง oxidative stress ดังนั้น ความจริงส่วนนี้จึงเป็นข้อดีของ oxidative stress หากมันออกฤทธิ์ภายใต้ความควบคุมของร่างกาย การขาดแคลนวิตามินอียังส่งผลต่อการจำแนกความแตกต่างของเซลล์ T ในต่อมไร้ท่อ ซึ่งประเด็นนี้จะนำไปสู่ความไม่สมดุลระหว่างเซลล์ผู้ช่วย T และหน่วยปราบปราม T การผลิตเซลล์หน่วยปราบปราม T ที่ไม่สมบูรณ์เป็นสาเหตุหลักของการเกิดปฏิกิริยาความอักเสบที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ คุณยังจำได้หรือไม่ครับว่าเซลล์หน่วยปราบปราม T ทำหน้าที่คล้ายหน่วยปราบจลาจลซึ่งมีบทบาทในการลดปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันให้อ่อนตัวลงและจำกัดความเสียหายแบบต่อเนื่อง นักวิจัยบางคนเชื่อว่าหน้าที่ของเซลล์ปราบปราม T ที่บกพร่องคือปัจจัยหลักของอาการภูมิคุ้มกันผิดปกติที่เข้าทำลายตัวเอง

            จากงานศึกษาหลายชิ้นได้แสดงให้เห็นว่าการรับประทานวิตามินอีเป็นอาหารเสริมในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถกำจัดการติดเชื้อต่างๆ การศึกษากับคนไข้หลายๆรายยังได้แสดงให้เห็นว่าผลของการเพิ่มขึ้นของระบบภูมิคุ้มกันซึ่งเกิดจากวิตามินอีมีผลดีกับผู้ประสบกับภาวการณ์ดูดซึมในร่างกายผิดปกติ ยกตัวอย่างเช่นโรคของมาร์ค มีความเกี่ยวพันธ์กับลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ซึ่งก่อให้เกิดความผิดปกติในการดูดซึมสารอาหาร วิตามินอียังช่วยผลกระทบจากความผิดปกติของฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตที่มากจนเกินไป ซึ่งถูกปลดปล่อยออกมาระหว่างที่ร่างกายเกิดความเครียด

คาโรธนอยส์

            คุณสมบัติที่เป็นที่รู้จักของคาโรธีนอยส์ก็คือ พวกมันสามารถปกป้องเนื้อเยื่อปกติให้พ้นจากการถูกทำลาย ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดความอักเสบของระบบภูมิคุ้มกัน การรับประทานคาโรธนอยส์เสริมจะช่วยเพิ่มจำนวนและศักยภาพของเซลล์ผู้ช่วย T และเซลล์นักฆ่าทางธรรมชาติให้กับร่างกาย จากที่คุณรู้มาแล้วว่าพวกมันเป็นส่วนสำคัญของระบบป้องกันเซลล์มะเร็ง ดังนั้นระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถควบคุมเซลล์ที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นได้

วิตามินซี

ดร.ลีนุส พอลลิ่ง ให้น้ำหนักกับความสำคัญของวิตามินซีว่า มันมีความสามารถในการเพิ่มภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี แม้ว่าพวกเราจะยังถกเถียงกันอยู่ว่าการบริโภควิตามินซีในปริมาณมากจะมีส่วนช่วยโรคหวัดชนิดธรรมดา อย่างไรก็ดี วิตามินซีก็มีส่วนช่วยในการเพิ่มของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ดีขึ้น วิตามินซียังแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาหน้าที่ของเซลล์ macrophages ซึ่งการพัฒนานี้จะช่วยเพิ่มความสามารถให้กับแนวหน้าหน่วยป้องกันที่มีต่อการติชื้อแบคทีเรีย

เราควรได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมทุกๆวัน ซึ่งดีกว่าที่จะไปรับประทานวิตามินซีในปริมาณมากยามที่เราติดเชื้อ มีการศึกษาหนึ่งพบว่าการรับประทานวิตามินซี 1 กรัมต่อวันเป็นเวลา 2 เดือนจะช่วยเพิ่มระบบของภูมิคุ้มกันในหลายลักษณะได้เป็นอย่างดี วิตามินซียังมีคุณสมบัติที่ช่วยสร้างวิตามินอีและจัดการกับอนุมูลอิสระที่อยู่ในพลาสมา คุณสมบัติเหล่านี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าวิตามินซีมีความสามารถในการพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไร

Gluthaione

            การบริโภค glutathione (N-acetyl-L-cycteine, ซีลิเนียม, ไนอาซิน และวิตามีนบี2) เสริมได้แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของระบบภูมิคุ้มกันทั้งหมด แม้กระทั่งผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV ก็ได้รับประสบการณ์เชิงบวกของผลจากการบริโภคสารอาหารเหล่านี้มาแล้ว

โคเอ็นไซม์ คิว 10

เมื่อเราอายุมากขึ้น ระดับของโคเอ็นไซม์ คิว 10 ก็ต่ำลง ซึ่งทำให้ mitochondria ของเซลล์ (เตาหลอมภายในเซลล์) สามารถถูกทำลายด้วยปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น โคเอ็นไซม์ คิว 10 มีความสำคัญต่อหน้าที่ระบบภูมิคุ้มกัน เนื่องจากหน้าที่หลักของมันในการผลิตพลังงานภายในเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกัน การเพิ่ม โคเอ็นไซม์ คิว 10 ให้กับร่างกายจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นด้วย

สังกะสี

            ทุกๆหน้าที่ของระบบภูมิคุ้มกันต้องการสังกะสี การจาดสารอาหารชนิดนี้จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันหลายส่วนมีประสิทธิภาพลดลง กล่าวคือ จำนวนของ lymphocytes ลดลง หน้าที่ของเม็ดเลือดขาว หน้าที่ของเม็ดเลือดขาวหลายๆอย่างลดลง และระดับของฮอร์โมนจากต่อมไธมัส ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันก็จะลดลงตามไปด้วย

มีหลายคนที่ได้อมยาอมที่มีส่วนประกอบของสังกะสีเมื่อเวลาที่เป็นหวัด การศึกษาพบว่าการอมยาอมเหล่านั้นทุก 2 ชั่วโมงจะช่วยระยะของการเป็นหวัดได้หลายวัน นักวิจัยยังมีความเชื่ออีกว่านอกจากสังกะสีจะสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายได้แล้ว มันยังช่วยขัดขวางเชื้อไวรัสได้อีกด้วย แต่ก็มีคำเตือนอยู่ว่าหากผู้ใดบริโภคสังกะสีในปริมาณสูงเป็นเวลานาน มันก็จะส่งผลให้ระงับระบบภูมิคุ้มกัน ผมไม่ได้ต่อต้านการบริโภคสังกะสีในระดับสูงในช่วงเวลาสั้นๆ หรือการรับประทานวิตามินซีเพื่อบรรเทาอาการหวัด แต่ผมเชื่อว่าการใช้สารอาหารในรับที่เหมาะสมในระยะยาวที่ดีต่อระบบต้านอนุมูลอิสระและระบบภูมิคุ้มกัน

เมื่อผู้ทรงอิทธิพลทั้งหมดของระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างเต็มความสามารถ ระบบของร่างกายโดยรวมก็จะได้ประโยชน์ตามไปด้วย เด็กสามารถที่จะเพิ่มระบบ ภูมิคุ้มกัน ด้วยการเสริมสารอาหารเหล่านี้ในระยะเวลา 6 เดือน อายุที่มากขึ้นก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลดลงของการทำงานของภูมิคุ้มกันซึ่งจะนำไปสู่การเจ็บป่วยและการติดเชื้อที่บ่อยขึ้น อีกทั้งอาการติดเชื้อ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดเชื้อทางเดินหายใจ) อันเป็นสาเหตุสำคัญอันดับ 4 ที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตในผู้สูงอายุ การศึกษาในอังกฤษได้รายงานว่า ผู้ป่วยที่ได้รับสารอาหารบำบัดโรคชนิดต่างๆ  ทำให้ผู้ป่วยสูงวัยมีอายุยืนยาวขึ้นและมีอาการติดเชื้อลดลงมากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับอาหารเสริม ในร่างกายของผู้สูงอายุต้องใช้เวลาอย่างน้อยที่สุด 1 ปีเพื่อที่จะเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน แต่ถึงอย่างไรผลที่ได้รับก็คุ้มค่าต่อการรอคอย การศึกษาชิ้นนี้และชิ้นอื่นๆในเรื่องเดียวกันยืนยันว่าระบบภูมิคุ้มกันมีความเกี่ยวโยงกับสารอาหารที่จำเป็นดังกล่าว เพราะพวกมันคือระบบต้านอนุมูลอิสระของเรา

 

เสริมสร้าง ระบบภูมิคุ้มกัน ให้แข็งแรง ด้วยอาหารเสริมด้วยพลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

เพิ่มเพื่อน

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” เมื่อคุณหมอไม่รู้จักอาหารเสริม ”

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook