Wednesday 19 December 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > โรคมะเร็ง ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ > ถ้าอยู่ดีไม่ว่าดีพบว่า “ มะเร็ง เนื้อร้ายลุกลาม ” ควรทำอย่างไร

ถ้าอยู่ดีไม่ว่าดีพบว่า “ มะเร็ง เนื้อร้ายลุกลาม ” ควรทำอย่างไร

หมวดหมู่ : โรคมะเร็ง, ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ 25 December 2017 เปิดอ่าน 237 ครั้ง

มะเร็ง,โรคมะเร็ง,รักษามะเร็ง,รักษาโรคมะเร็ง

วิธีรับมือเมื่อรู้ว่าเป็น มะเร็ง

เมื่อคุณรู้สึกว่าร่างกายเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรไม่รู้…เลยไปหาหมอตรวจ จู่ๆ หมอก็บอกว่ามะเร็งลุกลามไปแล้ว เรื่องแบบนี้อาจจะเกิดขึ้นในชีวิตคุณได้ ผมจะจำลองสถานการณ์ถามตอบนะครับ

ถาม: ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ควรทำอย่างไร

“ผมอายุ 60 ปี เข้ารับการตรวจโดยการส่องกล้องเพราะอยู่ดีๆ ก็กินอาหารไม่ได้มะเร็งกระเพาะอาหารทำให้ปากกระเพาะอาหารแคบลง เมื่อตรวจด้วยการทำซีทีสแกนก็พบว่ามันลุกลามไปยังปอด 2 จุด หมอที่ตรวจแนะนำให้ผ่าตัดหรือทำเคมีบำบัด”

ตอบ: สิ่งแรกคือการตัดใจจากการรักษาเถิดครับ

ส่วนใหญ่หมอผ่าตัดในญี่ปุ่นจะแนะนำให้ตัดกระเพาะอาหารแม้ก้อนเนื้อจะลามไปที่ปอดแล้วก็ตาม แต่แน่นอนว่าการตัดทิ้งทั้งหมด หรือกระทั่งตัดบางส่วนทำให้ค่าคุณภาพชีวิตลดต่ำ บั่นทอนชีวิตให้สั้นลง ผมไม่แนะนำให้ผ่าตัดครับ ในกรณีนี้วิธีที่ดีที่สุดคือไม่รับการรักษาด้วยยาต้านมะเร็ง เพราะ มะเร็งกระเพาะอาหารไม่มีการทำเคมีบำบัดที่จะยืดชีวิตให้อยู่รอดได้นานขึ้น

ผมอาจจะพูดตรงไปหน่อยนะครับ แต่ก้าวแรกคือตัดใจยอมแพ้กับการรักษา เนื่องจากถ้าคิดจะรักษาก็จะได้การรักษาที่ไร้ความหมาย สิ้นเปลืองเวลาและทรัพย์สินเปล่าๆ เราควรมุ่งไปที่การยื้อชีวิตและบรรเทาอาการครับ

ในกรณีนี้ 1. พยายามกินอาหารทางปากให้ได้ เช่น ผ่าตัดบายพาส อ้อมส่วนตีบของกระเพาะอาหาร เชื่อมหลอดอาหารกับกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก แต่เราจะไม่รู้ว่ามีการลุกลามไปถึงเนื้อเยื่อหุ้มช่องท้องหรือเปล่า จนกว่าจะเปิดช่องท้อง ถ้ามันแพร่กระจายไปที่เนื้อเยื่อหุ้มช่องท้องแล้วการเปิดช่องท้องก็เสียเปล่าครับ

  1. การใส่ stent มันคือขดลวดที่พับซ้อนกันเหมือนตาข่าย มีลักษณะเป็นแท่งเล็กๆ หมอจะส่องกล้องผ่าตัดใส่แท่งนี้บริเวณหูรูดไพลอริก (ทางออกกระเพาะอาหาร) ซึ่งแคบลงเพราะก้อนเนื้อต่อไปจนถึงลำไส้เล็กส่วนต้น เมื่อเปิด stent (ลักษณะเหมือนกางร่ม) มันก็จะไปดันก้อนเนื้อสร้างอุโมงค์ระหว่างกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น ทำให้กินอาหารทางปากได้

ถาม: ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งถุงน้ำดี ควรทำอย่างไร

“หมอที่ตรวจแนะนำให้ผ่าตัดหรือทำเคมีบำบัด ผมรู้มาว่าการทำเคมีบำบัดไม่ได้ผลกับอวัยวะในการย่อย แต่ไปอ่านเจอในนิตยสารเล่มหนึ่งก็บอกว่า การทำเคมีบำบัดทำให้หายจากการเป็นมะเร็งถุงน้ำดี อย่างนี้ถือว่าเคมีบำบัดก็ยังได้ผลใช่ไหมครับ”

ตอบ: หลีกเลี่ยงการทำเคมีบำบัดเถิดครับ

ถ้าก้อนมะเร็ง “หายไป” “เล็กลง” เพราะการทำเคมีบำบัด คุณก็คงรู้สึกว่าจะหายจาก มะเร็ง และน่าจะมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นแต่นั่นเป็นการเข้าใจผิดมากๆ เลยครับ

คนไข้ที่หายจากการเป็นมะเร็งถุงน้ำดีด้วยการทำเคมีบำบัดมีแค่ 1% แม้แต่มะเร็งชนิดอื่นอัตราที่ก้อนเนื้อจะ “หายไปอย่างสิ้นเชิง”ก็พอๆ กัน ยกเว้นมะเร็งที่ปูดขึ้นมาบนผิวหนังหรือเนื้องอกบริเวณลูกอัณฑะ และเคส 1% ที่สุดแสนจะมีค่านี้ก็ไม่ได้แปลว่าหาย แม้จะพูดว่าก้อนเนื้อ “หายไปอย่างสิ้นเชิง” แต่ความจริงขนาดของมันแค่ใหญ่ไม่พอจะตรวจเจอเท่านั้น เจ้าเนื้อร้ายต้องใหญ่ขึ้นอีกอย่างแน่นอน การทำเคมีบำบัดเป็นพิษ หากทำซ้ำๆ ก็มีสิทธิ์เสียชีวิตจากการรับยามากเกินไปครับ

ถ้า มะเร็ง เล็กลงหรือหายไป ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเคมีบำบัดก็จะพูดว่าการรักษานั้น “ได้ผล” “มีประสิทธิภาพ” สร้างภาพลวงตากับสังคม นอกจากนี้ยังแนะนำเคสที่ก้อนมะเร็งเล็กลงออกสื่อครึกโครมโดยไม่พูดถึงสภาพหลังจากนั้นของคนไข้ สร้างภาพลวงตาหลอกคนธรรมดาเสียอีก

ถ้าผมพูดไปบทความที่บอกว่าก้อนมะเร็งหายไปก็ไม่ต่างจากการบิดเบือนหรืออำพรางผู้ป่วยหรอกครับ

 

ฟื้นฟูโรคมะเร็ง กลับมาปกติอีกครั้ง ไม่ต้องพึ่งหมอ ด้วยอาหารเสริม พลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

เพิ่มเพื่อน

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” 47 เรื่องต้องรู้ก่อนไปหาหมอ ” คนเขียนคือ คนโด มะโกะโตะ

แพทย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นในปี 2012

และ นายแพทย์คนโด มะโกะโตะ ยังได้รับเกียรติให้รับรางวัล “Kikuchi Kan Awards ครั้งที่ 60” หากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็พอจะได้ความรู้มากขึ้น

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook