Wednesday 19 December 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ > คุณรู้มั้ย ? โฮโมซิสเทอีน ( Homocysteine ) : วายร้ายตัวฉกาจ

คุณรู้มั้ย ? โฮโมซิสเทอีน ( Homocysteine ) : วายร้ายตัวฉกาจ

หมวดหมู่ : ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ 28 February 2018 เปิดอ่าน 153 ครั้ง

 

โฮโมซิสเทอีน,Homocysteine,ดร.คิลเมอร์ แม็คคูลลี่

คุณเคยได้ยินชื่อ โฮโมซิสเทอีน บ้างหรือไม่?

แพทย์เคยแนะนำให้คุณทดสอบหาระดับของโฮโมซิสเทอีนในเลือดบ้างหรือเปล่าครับ? บางคนอาจไม่เคย…แต่หลังจากที่ได้อ่านบทนี้แล้ว ผมรับประกันได้ว่าคุณจะหายสงสัยในประเด็นที่กำลังจะกล่าวถึง บางคนเคยได้ยินชื่อของสารชนิดนี้ แต่ก็มีเพียงไม่กี่คนที่มีความเข้าใจถึงความอันตรายของมันในลักษณะเดียวกันกับคอเลสเตอรอลที่มีผลต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ

            จากสถิติในอเมริกาพบว่าปริมาณที่เพิ่มขึ้นของโฮโมซิสเทอีนในเลือดมีผลต่อการเกิดโรคหัวใจและลมปัจจุบันถึง 15% นั่นหมายความว่ามันเป็นต้นเหตุของโรคหัวใจและโรคลมปัจจุบันมาแล้วกับผู้ป่วย 225,000 ราย และ 24,000 รายตามลำดับ มีผู้คนกว่า 9 ล้านคนที่ประสบกับภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจโดยได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเพิ่มขึ้นของโฮโมซิสเทอีน ผมเชื่อว่าการเรียนรู้เกี่ยวกับฆาตกรร้ายตัวนี้มีคุณค่าต่อการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณได้รู้ว่าคุณสามารถจัดการกับมันได้โดยการบริโภควิตามินบี

โฮโมซิสเทอีน คืออะไร?

ประวัติศาสตร์การวิจัยเรื่องโฮโมซิสเทอีนเป็นประเด็นที่น่าสนใจเพราะเริ่มต้นมาจากงานของ ดร.คิลเมอร์ แม็คคูลลี่ …บุรุษผู้ซึ่งเป็นนักพยาธิวิทยาและนักวิจัยผู้นี้จบการศึกษาจากโรงเรียนทางการแพทย์ฮาร์ววาร์ดในช่วงกลางปี 1960 ดร.แม็คคูลลี่สนุกกับการศึกษาซึ่งมีความสัมพันธ์กับรอยต่อระหว่าศาสตร์ทางชีเคมีและโรคภัยไข้เจ็บ เขามีชื่อเสียงที่โด่งดังและได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรติของการเป็นนักพยาธิวิทยาที่โรงพยาบาลแม็สซาชูเซ็ทซ์ เจเนอรอล และยังเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ทางพยาธิวิทยาที่โรงเรียนทางการแพทย์ฮาร์วาร์ด

ในช่วงเริ่มต้นของอาชีพ ดร.แม็คคูลลี่ให้ความสนใจเกี่ยวกับโรคในเด็กที่เรียกว่า homocystinuria โรคนี้เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้โดยมีสาเหตุบกพร่องทางพันธุกรรมเป็นเหตุให้มีการสลายกรดอะมิโนที่จำเป็นที่เรียกว่า methionine ร่างกายของเด็กเหล่านี้มีการสร้างโฮโมซีสเทอีนในระดับสูงมาก ดร.แม็คคูลลี่ได้ทำกรณีศึกษา 2 กรณีซึ่งเกี่ยวกับเด็กผู้ชายที่มีความบกพร่องดังกล่าวซึ่งเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว มันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมากเพราะเด็กผู้ชายกลุ่มนี้ยังอายุไม่ถึง 8 ปีเมื่อเขาตรวจสอบผลการศึกษาพบว่ามีความเสียหายขั้นรุนแรงเกิดขึ้นในหลอดเลือดแข็งตัวขั้นวิกฤติ มูลความจริงส่วนนี้ทำให้ดร.แม็คคูลลี่เกิดความสงสัยว่าระดับที่เพิ่มขึ้นของโฮโมซิสเทอีนเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและโรคลมปัจจุบัน

จากกรณีศึกษาของเด็กผู้ชาย 2 คน โฮโมซิสเทอีนเป็นผลผลิตที่ร่างกายของมนุษย์สร้างขึ้น เวลาที่เกิดการเผาผลาญกรดอะมิโนที่จำเป็นที่มีชื่อว่า methionine สารชนิดนี้พบอยู่มากในเนื้อสัตว์ ไข่ นม ชีส แป้งขาว ปาหารบรรจุกระป๋อง และอาหารที่ผ่านกระบวนการดัดแปลงสูง ร่างกายของคนเรานั้นต้องการ methionine เพื่อความอยู่รอด อย่างไรก็ดีจากที่คุณเห็นจากรายการอาหาร…สารประเภทนี้ชาวอเมริกาได้บริโภคอยู่เป็นประจำ ร่างกายของเรามักจะเปลี่ยนโฮโมซิสเทอีนเป็นโฮโมซิสเทอีนหรือเปลี่ยนกลับมาเป็น methionine อีกครั้งหนึ่ง

            โฮโมซิสเทอีนกับ methionine เป็นผลิตผลที่ไม่มีพิษภัยกับร่างกาย แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าเอ็นไซม์ที่ใช้ในการย่อยสลายโฮโมซิสเทอีนเป็นโฮโมซิสเทอีน หรือกลับมาเป็น methionine อีกครั้งหนึ่งจะต้องใช้กรดโฟลิก วิตามินบี 12 และวิตามินบี 6 เพื่อทำให้ภารกิจเสร็จสิ้น ดังนั้นหากเรามีสารอาหารเหล่านี้ไม่เพียงพอแล้ว ระดับของโฮโมซิสเทอีนในเลือดจะกลับมาสูงขึ้น ทำไมเราถึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน? เราคงต้องกลับไปดูผลงานของดร.คิลเมอร์ แม็คคูลลี่อีกสักครั้ง

ถูกที่…แต่ผิดเวลา

ทฤษฎีในเรื่องโฮโมซิสเทอีนของดร.แม็คคูลลี่ได้รับการนำเสนอสู่วารสารทางการแพทย์หลายฉบับในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษ 1960 ถึงในช่วงต้นปีของ 1970 และได้รับการต้อนรับด้วยความสนใจ ดร.เบนจามิน แคสเซิล หัวหน้สแผนกของเขาได้ให้การสนับสนุนดร.แม็คคูลลี่อย่างเต็มที่และนำงานของเขาไปแสดงกับผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงหลายท่าน แต่ในช่วงกลาง ค.ศ. 1970 ทฤษฎี โฮโมซิสเทอีน ได้สูญเสียทิศทางการต่อยอด

ดร.แคสเซิลถึงวาระเกษียณจากการทำงาน ดังนั้นจึงมีหัวหน้าแผนกคนใหม่มาทำงานแทน ซึ่งหัวหน้าใหม่ได้ให้ทางเลือกกับดร.แม็คูลลี่ว่าถ้าหากยังต้องการทำงานวิจัยชิ้นนี้อยู่ จะต้องหาเงินสนับสนุนตัวเอง หรือไม่ก็ให้ลาออกไป จากนั้นห้องแล็บของเขาจึงได้ย้ายลงมาที่ชั้นใต้ดิน ดร.แม็คคูลลี่สู้อย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายเวลาและเงินก็หมดลงในปี ค.ศ. 1979 หัวหน้าแผนกคนใหม่ได้บอกกับดร.แม็คคูลลี่ว่า ทางฮาร์วาร์ดได้เชิญเขาออกจากสถาบันเพราะทฤษฎีที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของโฮโมซิสเทอีนและโรคหัวใจยังไม่ได้รับการยอมรับ

เมื่อตำแหน่งของดร.แม็คคูลลี่ที่สถาบันฮาร์วาร์ดและโรงพยาบาลแม็สซาชูเซ็ทซ์ เจเนอรอล มีความซ้ำซ้อนกัน เขาจึงตกงานในเดือนมกราคม ค.ศ.1979 อดีตผู้ทำงานร่วมห้องที่ฮาร์วาร์ด ผู้ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์โรคเนื้อเยื่อหลอดเลือดหัวใจแข็งที่สถาบัน MIT ได้ระบุว่า ความคิดของดร.แม็คคูลลี่เป็นเรื่องเหลวไหลและโกหกหลอกลวงตาอประชาชน หลังจากนั้นไม่นาน ผู้อำนวยการของโรงพยาบาลแม็สซาชูเซ็ทซ์ เจเนอรอล ได้ร้องขอไม่ให้ดร.แม็คคูลลี่นำทฤษฎีของเขาไปยุ่งเกี่ยวกับโรงพยาบาลหรือสถาบันฮาร์วาร์ดอีกต่อไป ดร.แม็คคูลลี่จำต้องปิดฉากบทบาทตัวเองไปโดยปริยาย

            ดร.คิลเมอร์ แม็คคูลลี่มีความรุ่งโรจน์ในช่วงเวลาของเขา แต่ทำไมจึงมีแต่ศัตรูที่เข้าทำร้ายผู้ชายคนหนึ่งที่พยายามหาต้นเหตุหมายเลขหนึ่งที่ฆ่ามวลมนุษยชาติไปเป็นจำนวนมากในทุกๆวันนี้ อะไรคือแรงขับดันของความคิดในเชิงลบที่เข้าโจมตีทฤษฎีของดร.แม็คคูลลี่ อีกทั้งสงครามน้ำลายทั้งหลายที่ถาถมเข้าใส่? เป็นไปได้หรือไม่ว่าเป็นเพราะเงินทุนที่ให้การสนับสนุนงานวิจัยกับคอเลสเตอรอลอย่างหนักหน่วงจนทำให้งานของดร.แม็คคูลลี่เดินมาถึงทางตัน?

ในช่วงเวลานั้นทฤษฎีโรคหัวใจวายซึ่งมีพื้นฐานเกี่ยวกับคอเลสเตอรอลได้รับแรงสนับสนุนเป็นอันมาก ซึ่งสมมุติฐานของดร.แม็คคูลลี่เองยังต้องฝ่าฝันอุปสรรคในอนาคตต่อไปอีก ดร.โธมัส เจมส์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านหลอดเลือดหัวใจและเป็นประธานของมหาวิทยาลัยเท็กซัส สาขาการแพทย์ อีกทั้งยังเป็นประธานสมาคมโรคหัวใจของอเมริกาในช่วงปี 1979-1980 ได้พูดว่า “คุณไม่มีทางได้รับเงินทุนสนับสนุนในการทำงานวิจัย หากทิศทางของความคิดไม่ได้อยู่ในแนวทางเดียวกับเรื่องคอเลสเตอรอล คุณอาจจะได้รับการขัดขวางในการทำงานหากงานของคุณไม่เป็นไปตามกระแสส่วนใหญ่ ในชีวิตผมไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับประเด็นหรือปัญหาที่นำมาซึ่งการโต้ตอบที่เป็นปรปักษ์”

 

ฟื้นฟูร่างกาย ด้วยอาหารเสริมด้วยพลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

เพิ่มเพื่อน

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” เมื่อคุณหมอไม่รู้จักอาหารเสริม ”

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook