Wednesday 19 December 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > อาหารเพื่อสุขภาพ โรคหัวใจ > สาเหตุสำคัญของการเกิด โรคหัวใจ นั้นมาจากคอเลสเตอรอล จริงหรือ ?

สาเหตุสำคัญของการเกิด โรคหัวใจ นั้นมาจากคอเลสเตอรอล จริงหรือ ?

หมวดหมู่ : อาหารเพื่อสุขภาพ, โรคหัวใจ 23 January 2018 เปิดอ่าน 158 ครั้ง

โรคหัวใจ,รักษาโรคหัวใจ,วิธีรักษาโรคหัวใจ,ฟื้นฟูโรคหัวใจ

โรคหัวใจ โรคแห่งการอักเสบ

            ทุกๆวันนี้คุณคงเคยได้ยินปัญหาของชาวอเมริกันเกี่ยวกับเรื่องคอเลสเตอรอลมามาก อย่างที่ผมได้เกริ่นเอาไว้ในบทที่สองว่าโรคหัวใจนั้นเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในสหรัฐอเมริกา จากการรับสื่อต่างๆที่ผ่านมา คุณอาจจะคิดไปว่าสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคหัวใจนั้นมาจากคอเลสเตอรอล

            ถ้าคุณคิดอย่างนั้นคุณอาจจะตกใจกับผลการวิจัยที่ผมได้ศึกษามา…แท้ที่จริงแล้วคอเลสเตอรอลมิได้เป็นผู้ที่อยู่เบื้อหลังโรคนี้ แต่เกิดจากความอักเสบของหลอดเลือด งานวิจัยของผมได้เปิดเผยข้อเท็จจริงให้เห็นว่าผู้ป่วยในสหรัฐอเมริกาที่ประสบกับภาวะหัวใจล้มเหลวมากกว่าครึ่งมีระดับคอเลสเตอรอลอยู่ในเกณฑ์ปกติ! ผมคาดว่าคุณคงสามารถคาดเดาได้ว่าปัจจัยใดที่มีผลต่อการลดหรือกำจัดอาการอักเสบของหลอดเลือดได้…ถูกต้องแล้วครับ สิ่งนั้นก็คือการบริโภคอาหารเสริม

การค้นพบครั้งนี้ถือว่าเป็นการปฏิวัติด้านการรักษาและป้องกันการเกิด โรคหัวใจ ดังนั้นแทนที่จะให้ความสำคัญกับการลดปริมาณคอเลสเตอรอลแต่เพียงอย่างเดียว พวกเราก็ควรที่จะต้องมีความเข้าใจขั้นตอนที่จำเป็นในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดการอักเสบของเส้นเลือด การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุจึงมีความสำคัญเป็นข้อมูลเชิงนัยอันน่าทึ่งต่อการป้องกันหรือการเป็นโรคหัวใจ

แล้วคอเลสเตอรอลล่ะ

คุณรู้หรือไม่ว่าคอเลสเตอรอลในเลือดที่สูงขึ้นมิได้เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและลมปัจจุบัน? ครั้งเมื่อผมได้ฝึกการรักษาในปี 1972 เราจะพิจารณาว่าคอเลสเตอรอลในระดับที่ต่ำกว่า 320 นั้นถือเป็นค่าปกติ ผมยังจำได้ว่าได้แจ้งให้คนไข้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลในช่วง 280 ถึง 310 ว่าอย่ากังวล เพราะถือเป็นระดับปกติ ในช่วง ค.ศ.1970 จากการศึกษาในเรื่องนี้เรามีความเข้าใจว่าระดับคอเลสเตอรอลยิ่งมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคลมปัจจุบัน ข้อมูลนี้มีพื้นฐานอยู่บนการศึกษาแฟรมมิ่งแฮม ซึ่งได้รับประสบการณ์จากกลุ่มผู้ป่วยในเมืองแฟรมมิ่งแฮม รัฐแมสซาชูเซ็ทส์ นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการวิจัยนี้แจกแจงว่าระดับคอเรสเตอรอลที่เพิ่มสูงขึ้นก่อให้เกิดความถี่ที่มากขึ้นต่อการเผชิญภาวะหัวใจล้มเหลว งานวิจัยระบุว่าระดับของคอเลสเตอรอลที่มากกว่า 200 ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าปกติ และหากเกิน 240 ถือว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจสูง

ช่วงต้น ค.ศ.1980 แพทย์เริ่มเรียนรู้ว่าคอเลสเตอรอลมิได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายไปเสียหมด ยังมีคอเลสเตอรอลที่ดีชื่อ HDL (high density lipoproteins) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย กล่าวคือ ยิ่งมีคอเลสเตอรอล HDL สูงเท่าใดก็ยิ่งดีกับร่างกาย ซึ่งในทางตรงกันข้ามหากมีคอเลสเตอรอล LDL (low density lipoproteins) มากก็จะยิ่งส่งผลร้ายกับร่างกาย คอเลสเตอรอล LDL จะสะสมตัวตามผนังหลอดเลือดและเกาะตัวเป็นกำแพงหนา ทำให้หลอดเลือดตีบลง แต่เมื่อ HDL คอเลสเตอรอลผ่านมามันจะทำหน้าที่ทำความสะอาดหลอดเลือดนั่นเอง

หลังจากการค้นพบความจริงดังกล่าวเราจึงมิได้ตรวจสอบแต่เพียงระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมแต่มีความจำเป็นต้องรู้ปริมาณทั้งคอเลสเตอรอลที่ดีและไม่ดีในเวลาเดียวกัน เราจะคำนวณสัดส่วนด้วยการนำคอเลสเตอรอลทั้งหมดมาหารด้วยคอเลสเตอรอล HDL หากค่าออกมายิ่งต่ำเท่าใดแสดงว่าผู้นั้นยิ่งห่างไกลจากโรคหัวใจมากขึ้นเท่านั้น การคำนวณนี้เป็นการปฏิบัติโดยทั่วไปเพื่อใช้ในการตรวจสอบทั้งคอเลสเตอรอล HDL และ LDL จึงไม่เป็นเรื่องที่น่าสงสัยเลยที่เราจะให้ความสำคัญกับคอเลสเตอรอลและผลร้ายของคอเลสเตอรอล LDL ที่มีต่อร่างกาย

เรื่องที่ผมได้กล่าวถึงถือเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ความรู้ทั่วๆไป…คุณพร้อมที่จะมาทำความรู้จักกับที่ไม่ธรรมดาแล้วหรือยังครับ?

จริงๆแล้วคอเลสเตอรอล LDL ไม่ได้มีความร้ายกาจมากอย่างที่เคยรู้มา…พรเจ้าไม่ได้สร้างมนุษย์ขึ้นมาพร้อมกับความผิดพลาด คอเลสเตอรอลชนิดที่ร่างกายสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองนั้นเป็นคอเลสเตอรอลที่ดี มันมีความจำเป็นต่อการสร้างเยื่อบุเซลล์ ส่วยนอื่นๆของเซลล์และฮอร์โมนหลายชนิดในร่างกาย เราจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถ้าไม่มีมัน ความจริงแล้วหากเราไม่ได้รับคอเลสเตอรอลประเภทนี้จากอาหาร ร่างกายก็สามารถผลิตขึ้นเองได้

ปัญหาเริ่มต้นขึ้นก็ต่อเมื่ออนุมูลอิสระได้เปลี่ยนหรือทำปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่นกับคอเลสเตอรอล LDL ซึ่งเจ้าคอเลสเตอรอล LDL ที่ถูกเปลี่ยนโฉมโดยอนุมูลอิสระนั่นเองที่เป็นศัตรูตัวฉกาจกับร่างกายของเรา ในวารสาร New England Journal of Medicine ที่ออกในปี ค.ศ.1989 ดร.แดเนียล สไตน์เบิร์ก ยืนยันว่าหากผู้ป่วยมีปริมาณของตัวต่อต้านอนุมูลอิสระที่เพียงพอกับการจัดการอนุมูลอิสระแล้ว คอเลสเตอรอล LDL จะไม่ส่งผลร้าย

หลายปีนับตั้งแต่ที่ทฤษฎีของดร.สไตน์เบิร์กได้รับการเผยแพร่ มีการศึกษามากมายที่พิสูจน์และหักล้างทฤษฎีของเขา อย่างไรก็ดี คุณสามารถแสดงความยินดีกับทฤษฎีใหม่ของดร.สไตน์เบิร์กที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนให้ความสำคัญ เพราะจากความจริงที่ปรากฏพบว่า โรคหัวใจที่เกิดขึ้นประมาณ 1.5 ล้านรายในสหรัฐอเมริกามีอายุต่ำกว่าหกสิบห้าปี มีเพื่อนๆและคนรู้จักหลายคนจากไปด้วยโรคหัวใจทั้งๆที่พวกเขาดูแข็งแรง หากทฤษฎีของสไตน์เบิร์กกลายเป็นความจริงแล้ว แน่นอนว่าจะต้องมีช่องทางที่เปิดกว้างให้กับการป้องกันโรคหรือการรักษาใหม่ๆ

ดร.มาร์โค ดิแอซ นักวิจัยอีกท่านหนึ่งออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าประทับใจ ปีค.ศ.1997 จากงานวิจัยของเขาซึ่งได้ผลไปในทิศทางเดียวกับพบการศึกษาของดร.สไตน์เบิร์กในวารสารทางการแพทย์ก่อนหน้า ดร.ดิแอซสรุปว่าผู้ป่วยที่มีระดับของตัวต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายที่สูงที่สุดจะมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจน้อยที่สุด

การศึกษาจากการทดลองในสัตว์แสดงผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับทฤษฎีของดร.สไตน์เบิร์กเช่นเดียวกัน  ดังนั้นตัวต่อต้านอนุมูลอิสระและสารอาหารที่ช่วยเสริมการทำงานจึงกลายมาเป็นความหวังใหม่ในการทำสงครามกับอาชญากรหมายเลขหนึ่งของเรา…โรคหัวใจ ” 

 

ฟื้นฟูโรคหัวใจด้วยอาหารเสริมด้วยพลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

เพิ่มเพื่อน

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” เมื่อคุณหมอไม่รู้จักอาหารเสริม ”

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook