หน้าแรก > คุยเรื่องสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ > ห่างไกลจากมะเร็ง เบาหวาน สมองเสื่อม นิ่ว และ ริ้วรอยด้วย กาแฟ

ห่างไกลจากมะเร็ง เบาหวาน สมองเสื่อม นิ่ว และ ริ้วรอยด้วย กาแฟ

หมวดหมู่ : คุยเรื่องสุขภาพ, อาหารเพื่อสุขภาพ 6 December 2017 เปิดอ่าน 175 ครั้ง

กาแฟ,ทานกาแฟ,ลดริ้วรอยด้วยกาแฟ,ดื่มกาแฟ

เป็นสาวก กาแฟ ก็ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับและมะเร็งลำไส้ใหญ่

“ดำราวกับปีศาจ ร้อนเหมือนขุมนรก บริสุทธิ์ราวเทพสวรรค์ และหวานเหมือนความรัก” ชาร์ล โมรีซ เดอ ตาเลอรอง-เปรีกอร์ กล่าวเกี่ยวกับ กาแฟ ไว้ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18

แต่ความดำเช่นนี้จะก่อเกิดหายนะหรือไม่ เมื่อก่อนเคยมีคนพูดไว้ว่า กาแฟ ทำให้ “กระเพาะอาหารปั่นป่วน” “เป็นมะเร็ง” “เพิ่มฝ้า” ต่างๆ นานา แต่กาแฟก็เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมไปทั่วโลกในฐานะ “ยาต้ม” ที่ช่วยปัดเปาความง่วงงุน บรรเทาอาการปวดหัว ปวดท้อง สมัยนี้หลายประเทศทั่วโลกสำรวจและประกาศผลลัพธ์ของกาแฟที่ดีต่อสุขภาพออกมาแล้ว

กลุ่มวิจัยซึ่งมีสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งชาติของญี่ปุ่นเป็นศูนย์กลางได้ติดตามสำรวจชายหญิงอายุระหว่าง 40-69 มีจำนวน 90,000 คน เป็นเวลา 10 ปี ก่อนจะออกมารายงานว่า “อัตราการเกิดมะเร็งตับของคนที่ดื่มกาแฟมากกว่า 5 แก้วต่อวันถ้าเทียบกับคนที่ไม่ดื่ม กาแฟ มีเพียง 1 ต่อ 4 คน” ผมสันนิษฐานว่าส่วนประกอบของกาแฟช่วยต้านทานอาการอักเสบ กดการเจริญเติบโตของ “ไวรัสตับอักเสบซี” และหยุดไม่ให้มันพัฒนากลายเป็น “มะเร็งตับ” ได้นั่นเอง

แต่เดิมผู้หญิงญี่ปุ่นมีอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่สุด กลุ่มของมหาวิทยาลัยกิฟุทำการสำรวจติดตามประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ 30,000 คน อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปเป็นระยะเวลา 8 ปีนับจากปี ค.ศ. 1992 พบว่ากลุ่มที่ไม่ดื่มกาแฟมีอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่เท่ากับ 1.0

ส่วนกลุ่มที่ดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 1 แก้ว เพศชายมีอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่อยู่ที่ 0.81 และเพศหญิงอยู่ที่ 0.43 แสดงให้เห็นว่ากาแฟสามารถลดอัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้หญิงต่ำลงได้

สถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Institutes of Health: NIH) ประกาศว่าคนที่ดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวัน มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต “น้อยกว่า” คนที่ไม่ดื่มถึง 10%

พวกเขาติดตามผู้ชาย 23,000 คน และผู้หญิง 17,000 คน อายุ 50-71 ปีที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 เป็นระยะเวลา 14 ปี เทียบกับคนไม่ดื่มกาแฟ พบว่าความเสี่ยงในการเสียชีวิตของผู้ชายที่ดื่มวันละ 1 แก้วลดลง 6% ดื่มวันละ 2-3 แก้ว ลดลง 10% ดื่มวันละ 4-5 แก้ว ลดลง 12% ส่วนของผู้หญิงมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตลดลง 5% 13% 16% ตามลำดับ

นอกจากความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน จะลดลงแล้ว ความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งก็ลดลงด้วย

กาแฟ คือเทพแห่งสุขภาพ ความงาม และการมีอายุยืน

กลุ่มวิจัยของประเทศเนเธอร์แลนด์รวบรวมข้อมูลการสำรวจติดตาม 9 เรื่องทั่วโลกแล้วออกมารายงานว่า “คนที่ดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 6-7 แก้ว มีอัตราการเป็น เบาหวาน ประเภท 2 อยู่เพียง 0.65 เท่า”

นอกจากนี้กลุ่มการวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยังทำการติดตามผู้หญิง 83,000 คนเป็นเวลา 24 ปี ได้ผลออกมาว่า “หากผู้หญิงไม่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดสมองต่ำพอๆ กับคนดื่มกาแฟบ่อย” และทำการสำรวจโดยใช้เวลา 10 ปีพบว่า “ผู้ชายที่ดื่มกาแฟ 2-3 แก้วต่อวัน มีความเสี่ยงในการเกิดก้อนนิ่วต่ำกว่าคนที่ไม่ดื่มถึง 40%”

ศาสตราจารย์คนโด คะซุโอะแห่งมหาวิทยาลัยสตรีโอะชะโนะมิซุ ทำการวัดฝ้าของผู้หญิง 131 คน อายุ 30-60 ปีด้วยเครื่องที่ตรวจจับได้กระทั่งปริมาณฝ้าที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนัง พอตรวจสอบละเอียดลงไปถึงว่าผู้ทดสอบใช้ชีวิตอย่างไรออกกำลังกายมากหรือน้อย และพฤติกรรมการบริโภค ปริมาณกาแฟที่ดื่มเรียงตามเงื่อนไข แล้วสรุปเปรียบเทียบตามกลุ่ม 1 ไม่ดื่มเลย 2 ดื่มบ้าง 3 ดื่มวันละแก้ว 4 ดื่มวันละ 2 แก้วขึ้นไป ซึ่งได้ผลออกมาว่า “คนที่ดื่มกาแฟมากๆ มีปริมาณฝ้าน้อยกว่า”

ส่วนกลุ่มวิจัยของฟินแลนด์และสวีเดนแบ่งกลุ่มชายหญิงวัย 50 ปี 1,409 คน ออกเป็นกลุ่ม 1 ดื่มกาแฟ 2 แก้วต่อวัน 2 ดื่ม 3-5 แก้วต่อวัน 3 มากกว่า 6 แก้วต่อวัน แล้วทำการสำรวจซ้ำไปซ้ำมาเกิน 20 ปี ผลลัพธ์ออกมามีเพียงกลุ่มที่ดื่มกาแฟ 3-5 แก้วต่อวันในช่วงวัยกลางคนจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ต่ำกว่า 65% การดื่มชาฝรั่งก็ไม่ต่างกันครับ

เท่าที่ดูจากข้อมูลข้างต้นนี้ กาแฟจึงเป็นเทพแห่งสุขภาพ ความงาม และการมีอายุยืน

 

ฟื้นฟูโรคต่างๆกลับมาปกติอีกครั้ง ไม่ต้องพึ่งหมอ ด้วยอาหารเสริม พลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

เพิ่มเพื่อน

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” 47 เรื่องต้องรู้ก่อนไปหาหมอ ” คนเขียนคือ คนโด มะโกะโตะ

แพทย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นในปี 2012

และ นายแพทย์คนโด มะโกะโตะ ยังได้รับเกียรติให้รับรางวัล “Kikuchi Kan Awards ครั้งที่ 60” หากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็พอจะได้ความรู้มากขึ้น

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook