Wednesday 19 December 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > โรคมะเร็ง ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ > แพทย์แนะ วัคซีนป้องกัน มะเร็งปากมดลูก นั้นไร้ความหมาย

แพทย์แนะ วัคซีนป้องกัน มะเร็งปากมดลูก นั้นไร้ความหมาย

หมวดหมู่ : โรคมะเร็ง, ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ 26 November 2017 เปิดอ่าน 246 ครั้ง

มะเร็งปากมดลูก,รักษามะเร็งปากมดลูก,โรคมะเร็งปากมดลูก,รักษาโรคมะเร็งปากมดลูก

สาเหตุของ มะเร็งปากมดลูก คือ ไวรัสเอชพีวี (HPV: human papilloma virus)

เดี๋ยวนี้ที่ญี่ปุ่นมีการแนะนำเด็กประถมให้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวี ซึ่งเรียกขานกันว่า “วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก” และคำแนะนำนี้เป็นวิธีป้องกันมะเร็งอย่างเปล่าประโยชน์นะครับ

สาเหตุของ มะเร็งปากมด ลูกคือ ไวรัสเอชพีวี (HPV: human papilloma virus) ที่ติดเชื้อเพราะการมีเพศสัมพันธ์ ไวรัสตัวนี้จะเพิ่มชั้นหนังกำพร้าบริเวณปากมดลูก ทำให้เกิดหูด เพิ่มเยื่อเมือก เป็นอาการที่แยกแยะจากมะเร็งได้ยากสาเหตุมาจากการติดเชื้อในลักษณะเป็น “การติดเชื้อเรื้อรัง” หรือ “เซลล์หนังกำพร้าเกิดการเปลี่ยนแปลงเรื้อรัง” ไมใช่ความิดปกติของ DNA แต่อย่างใด

ผมเคยตรวจโดยไม่ได้รักษา มะเร็งปากมดลูก ให้คนไข้หลายราย ทว่าอาการป่วยของหลายคนทำให้คิดว่าเป็นระยะ 0 (ระยะที่เซลล์มะเร็งปรากฏในส่วนเซลล์เยื่อบุผิวปากมดลูกเท่านั้น) ซึ่งไม่นานอาการก็หายไป

เมื่อดูสถิติของประเทศสวีเดนที่แบ่งสรรการตรวจวินิจฉัยแล้วจะพบว่า 99% ของมะเร็งระยะ 0 ที่พบจากการตรวจมะเร็งปากมดลูกเป็น “มะเร็งปลอม”

มะเร็งปากมดลูก ระยะ 0 เกือบทั้งหมดจะพบการติดเชื้อของไวรัส แต่ไม่มีหลักฐานใดพิสูจน์ได้ว่า “การฉีดวัคซีนจะช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกของจริงได้”

นอกจากนี้ยังมีผลข้างเคียงที่น่ากังวลอีกด้วย วัคซีนมะเร็งปากมดลูกจะฉีดเข้ากล้ามเนื้อบริเวณไหล่ ดังนั้นจึงเจ็บมาก และทำให้เกิดอาการปวดศีรษะเป็นไข้ หมดสติตามมา

รวมถึงวัคซีนป้องกันโรคทั้งหมด เช่น ไข้หวัดใหญ่ หัดเยอรมัน สมองอักเสบ เสี่ยงจะทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น ไข้ขึ้นสมอง หรือตายฉบพลันได้

ค่าใช้จ่ายของการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก 3 ครั้ง เป็นเงินประมาณ 60,000 เยน (ประมาณ 16,200 บาท) ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วผู้ป่วยในญี่ปุ่นต้องแบกภาระเงินจำนวนนี้เอง แม้หน่วยงานท้องถิ่นจะจัดสรรงบประมาณมาช่วยบ้างก็ตาม และเด็กหญิงชั้นประถมก็ได้รับการฉีดฟรี แต่ก็ยังถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองเงินจากภาษีประชาชนอยู่ดีครับ

รักษา มะเร็งปากมดลูก ด้วยการฉายรังสีหรือผ่าตัดดีกว่ากัน

ในกรณีจะรักษามะเร็งปากมดลูกของจริง ที่ญี่ปุ่นจะทำการผ่าตัดในระยะ1-2 และฉายรังสีในระยะ 3-4 ครับ ทว่าทั่วโลกเขาฉายรังสีหมดตั้งแต่ระดับ 1-4 ถ้าเป็นระยะ 1-2A อัตรารอดชีวิตจากการฉายรังสีและผ่าตัดจะพอๆ กัน ส่วนระยะ 2B ผมคิดว่าการฉายรังสีจะดีกว่า

ถ้าเลือกผ่าตัดแล้วตัดก้อนมะเร็งทิ้งเป็นวงกว้างไปจนถึงต่อมน้ำเหลืองในกระดูกเชิงกรานแล้วละก็เส้นประสาทที่ควบคุมกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ตรงจะพลอยถูกตัดไปด้วย ทำให้ระบบถ่ายหนักถ่ายเบามีปัญหาตามมาครับ

ในหมู่คนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัดมะเร็งปากมดลูก จะไม่สามารถปัสสาวะเองได้ และมีไม่น้อยที่ต้องสอดท่อสวนทางเดินปัสสาวะเพื่อการขับถ่าย

หากรักษาด้วยการฉายรังสี การเกิดโรคแทรกซ้อนหรือผลกระทบจากการรักษาจะมีเพียงเล็กน้อยซึ่งเทียบการผ่าตัดไม่ได้เลย ดังนั้นถ้าเป็นมะเร็งปากมดลูกในระยะ 1B-2B ก็ควรรักษาด้วยการฉายรังสี ไม่ใช่ตัดทิ้งทั้งยวงนะครับ

“ผมพบว่า 99% ของก้อนเนื้อร้ายที่ตรวจพบจากการทำแมมโมแกรม เป็นน ‘มะเร็งปลอม’… ต่อให้ผ่าตัด ชีวิตก็ไม่ได้ยืนยาวขึ้นและถึงแม้จะไม่รับการรักษาชีวิตก็ไม่ได้สั้นลงแต่อย่างใด”

 

ฟื้นฟูโรคมะเร็งกลับมาปกติอีกครั้ง ไม่ต้องพึ่งหมอ ด้วยอาหารเสริม พลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

เพิ่มเพื่อน

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” 47 เรื่องต้องรู้ก่อนไปหาหมอ ” คนเขียนคือ คนโด มะโกะโตะ

แพทย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นในปี 2012

และ นายแพทย์คนโด มะโกะโตะ ยังได้รับเกียรติให้รับรางวัล “Kikuchi Kan Awards ครั้งที่ 60” หากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็พอจะได้ความรู้มากขึ้น

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook