หน้าแรก > โรคมะเร็ง ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ > คุณๆทั้งหลาย ห้ามคิดว่า “ช่วยไม่ได้ ก็เราเป็นโรคมะเร็ง นี่นา…”

คุณๆทั้งหลาย ห้ามคิดว่า “ช่วยไม่ได้ ก็เราเป็นโรคมะเร็ง นี่นา…”

หมวดหมู่ : โรคมะเร็ง, ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ 8 November 2017 เปิดอ่าน 177 ครั้ง

ผ่าตัดโรคมะเร็ง,โรคมะเร็ง,มะเร็ง,รักษาโรคมะเร็ง,ผ่าตัดมะเร็ง

หมอก็เหมือนเหล่าอัศวินชุดขาวที่ชื่นชอบการชำแหละ ( โรคมะเร็ง )

ในสมัยเอโดะ ซามูไรจะแฝงตัวกับความมืดยามค่ำคืน เร้นกายสังหารคนที่เดินผ่านไปผ่านมา เรียกว่า “สึจิกิริ” จุดประสงค์เพื่อทดสอบความคมของดาบคะตะนะและกำลังแขนของตน ยิ่งรัฐบาลโชกุนสั่งห้าม มีโทษถึงประหารชีวิต ซ้ำยังแห่ประจาน ซามูไรก็ยิ่งกระหายการฆ่าคนมากขึ้น

ศัลยแพทย์ก็คือหมอที่คอยฟันคนไข้ที่ได้พบเจอคนแล้วคนเล่า ไม่ต่างกับการทำสึจิกิริ เดิมพวกเขาก็เป็นศัลยแพทย์เพราะอยากผ่าคนอยู่แล้ว ประกอบกับความเป็นหมอทำให้สำนึกในหน้าที่ที่ว่า “จะรักษาแล้ว ก็ต้องรักษาให้ถึงที่สุด”

ตามประวัติศาสตร์แล้ว ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่การผ่าตัดเจริญรุ่งเรือง เทียบกับคนอเมริกันแล้วคนญี่ปุ่นถือว่าตัวบาง ไขมันน้อย ดังนั้นการเสียชีวิตจากการผ่าตัดจึงน้อยกว่าสหรัฐอเมริกา จนตอนนี้ระบบผูกขาดการผ่าตัดด้วยฝีมือศัลยแพทย์ญี่ปุ่นก็แผ่กระจายไปทั่ว

การผ่าตัดที่ “ไร้ความหวังว่าจะหาย” “รักษาด้วยวิธีอื่นคงได้ผลดีกว่า” “บั่นทอนชีวิตคนไข้ให้สั้นลง” จึงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งนั่นเอง

แต่พอผมมาอยู่แผนกรังสีวิทยาสักพัก ผมก็เริ่มคิดว่ามันแปลกๆ ครับ

ในต่างประเทศหากพูดถึงมะเร็งกล่องเสียง ระยะแรกจะใช้วิธีรักษาโดยการฉายรังสี ซึ่งเกือบ 90% จะรักษากล่องเสียงไว้ได้ แต่ที่ญี่ปุ่นกลับ “ตัดทิ้ง” แม้จะเป็นมะเร็งระยะแรก

มะเร็งลิ้นก็เช่นกัน ทั้งที่การรักษาขั้นต้นแทบไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่ในญี่ปุ่นกับเลือกใช้การผ่าตัดสูงถึง 80% แม้ว่าเซลล์มะเร็งเพิ่งจะเริ่มเติบโต มิหนำซ้ำยังเอาต่อมน้ำลายออกไปอีกด้วยต่างหาก สำหรับมะเร็งลิ้นระยะ 2 หลังจากตัดสิ้นออกเสียครึ่งหนึ่ง แพทย์จะนำเนื้อส่วนอื่นมาต่อตรงส่วนที่ขาดไป ซึ่งถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ครับ และผลลัพธ์มักจะทำให้คนส่วนใหญ่พูดไม่ชัด กินอาหารไม่ได้อย่างใจนึก และสูญเสียหน้าที่การงานไปก็มาก

ส่วนมะเร็งปากมดลูก ไม่มีโอกาสผ่าตัดได้ แต่มี 70% ที่แพทย์ถึงขั้นเอาต่อมน้ำเหลืองออกไปหมด ทำให้เกิดผลตามมาอย่างใหญ่หลวง เช่น ถ่ายหลักถ่ายเบาติดขัด ช่องคลอดสั้นลง ขาบวม เป็นต้น หากรักษาด้วยการฉายรังสี อัตราหายขาดจากการรักษาจะสูงกว่าผ่าตัด และยังไม่ค่อยพบอาการเลือดออกในลำไส้ด้วย

ทว่าต่อให้พูดกับศัลยแพทย์ที่มอบการถวายชีวิตให้กับการผ่าตัดว่า “ในกรณีนี้ที่สหรัฐอเมริกาเขาไม่ผ่าเอาออกทั้งยวงหรอก” พวกเขาก็จะทำเป็นหูตึงเถียงว่า “เพราะพวกนั้นไม่มีฝีมือ” หรือไม่ก็ “การแพทย์ในญี่ปุ่นก้าวหน้าที่สุดอยู่แล้ว”

ในทวีปยุโรปและอเมริกาหมดยุคของการผ่าตัดโรคมะเร็งมาตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว

นอกจากนี้การรักษามะเร็งเต้านมโดยการผ่าตัดแบบ Halsted’s operation (การตัดเนื้อไปจนถึงต่อมน้ำเหลืองบริเวณเต้านม) เป็นการรักษาที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ในยุโรปและอเมริกาจึงไม่ค่อยใช้วิธีนี้มากว่า 30 ปีแล้ว แต่ที่ญี่ปุ่นกลับปฏิวัติช้าเหลือเกิน และเพิ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อ 10 ปีที่แล้วเอง

ผมเคยได้ยินเพื่อนร่วมอาชีดพูดจาในเรื่องที่แทบไม่อยากเชื่อหู เขาว่าถ้าเป็นทรวงอก ต่อให้ทำพลาดก็ไม่เป็นอันตราย นับว่ามะเร็งเต้านมมีประโยชน์มากที่จะเอาไว้ให้ศัลยแพทย์มือใหม่ “ฝึกฝีมือ” หรอกหรือ

ดังนั้นปัญหาของการผ่าตัดมะเร็งคือ “ต่อให้ตัดเนื้อร้ายทิ้ง (หมายถึงต่อให้ผ่าตัดสำเร็จ) ก็ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตจากภาวะหลังการผ่าตัด”

ทั้งที่คนไข้ส่วนใหญ่มักจะเสียชีวิตทันทีหลังการผ่าตัดมะเร็ง แต่แปลกที่มีการถกเถียงพิจารณากันในประเด็นนี้น้อยมากเหลือเกินในญี่ปุ่น อาจเพราะก่อนการผ่าตัด ครอบครัวผู้เสียชีวิตถูกกล่อมให้หวาดกลัวมะเร็งร้ายอยู่แล้ว จึงคิดว่าเป็นเรื่องที่ “ช่วยไม่ได้” เสียกระมัง

ไม่ว่าจะมะเร็งหรือโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ หากหมอแนะนำให้ผ่าตัด ผมขอให้พยายามตรวจสอบให้แน่ชัดนะครับว่า “การผ่าตัดนี้จำเป็นจริงๆ หรือไม่”

 

โรคมะเร็ง สามารถรักษาได้ด้วยอาหารเสริม พลูคาวพลัส ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

 

อ้างอิงข้อมูลจากหนังสือเรื่อง ” 47 เรื่องต้องรู้ก่อนไปหาหมอ ” คนเขียนคือ คนโด มะโกะโตะ

แพทย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นในปี 2012

นายแพทย์คนโด มะโกะโตะ ยังได้รับเกียรติให้รับรางวัล “Kikuchi Kan Awards ครั้งที่ 60”

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook