Wednesday 19 December 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > โรคมะเร็ง ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ > ยิ่งตรวจหา มะเร็ง มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้คนเสียชีวิตมากขึ้น

ยิ่งตรวจหา มะเร็ง มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้คนเสียชีวิตมากขึ้น

หมวดหมู่ : โรคมะเร็ง, ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ 25 November 2017 เปิดอ่าน 226 ครั้ง

มะเร็ง,โรคมะเร็ง,รักษามะเร็ง,รักษาโรคมะเร็ง

5 เหตุผล ที่การตรวจคัดกรอง มะเร็ง ทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้น

เรามักไปแหวกหญ้าโดยไม่จำเป็น ทำให้งูที่ซ่อนตัวอยู่โผล่มาแว้งกัด… หมายถึง เราทำเรื่องไม่จำเป็นจนนำภัยมาสู่ตน

การตรวจ มะเร็ง ก็เหมือนเป็นการนำภัยมาสู่ตนอย่างแท้จริง ยิ่งตรวจละเอียดยิบ ก็ยิ่งมีการสังเวยชีวิตให้มะเร็งมากขึ้น ผมรวบรวมเหตุผลมาอธิบายได้ดังนี้ครับ

 

1. ในญี่ปุ่นแพทย์จะวินิจฉัยว่าคุณเป็นมะเร็งอย่างง่ายดาย

ยิ่งตรวจเท่าไร ก็ยิ่งพบว่ามีคนเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น และในจำนวนนั้นก็มีที่เข้าใจผิดอยู่มาก หลายคนเป็น “มะเร็งปลอม” หรือ “มะเร็งแฝง”  ซึ่งไม่ได้คร่าชีวิต เดิมทีคำจำกัดความของมะเร็งในญี่ปุ่นก็ต่างจากในทวีปยุโรปและอเมริกาอยู่แล้ว ในญี่ปุ่น หากเซลล์ที่มีลักษณะแบบเซลล์มะเร็งมีจำนวนเพิ่มขึ้น ก็จะถูกวินิจฉัยทันทีว่าเป็นมะเร็ง แม้มันจะหยุดอยู่เพียงที่ชั้นหนังกำพร้าก็ตาม แต่ทวีปยุโรปและอเมริกาจะถือว่ามันไม่แพร่กระจายก็จะไม่ใช่มะเร็งครับ 80-90% ของอาการเจ็บป่วยลักษณะนี้ ที่ทวีปยุโรปและอเมริกาไม่ได้มองว่าเป็นมะเร็ง แต่ในญี่ปุ่นกลับตัดสินว่าเป็นมะเร็ง

ทว่าเมื่อถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งไปแล้ว ก็กลายเป็นว่าต้องรักษา จนเกิดโรคแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด (ที่ไม่จำเป็น) ไหนจะต้องรับผลข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัดอีก

1วิธีที่ใช้สารเภสัชรังสีส่งเข้าไปยังกลุ่มเซลล์มะเร็งโดยตรงมีการติดสัญญาณ แล้วฉีดยาที่มีกัมมันตรังสีเข้าสู่ร่างกาย เมื่อยานี้ไปเจอเซลล์มะเร็งที่ใด ก็ใช้เครื่องจับรังสีถ่ายภาพเอาไว้

 

2. การทำซีทีสแกนก่อให้เกิดมะเร็ง

การพาตัวเองไปตรวจคือการกระตุ้นให้เกิดมะเร็งได้เลยละครับ การตรวจหามะเร็งจากการทำ “ซีทีสแกน (computed tomography scan)”1 ทำให้ได้รับปริมาณรังสีมหาศาล สแกนเพียงครั้งเดียวก็กลายเป็นการเหนี่ยวไกปลิดชีพจากการเกิดมะเร็งแล้ว

 

3. หากเป็นมะเร็งของจริง มันก็แพร่กระจายไปเรียบร้อยแล้ว

กลุ่มผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจจะตรวจพบก้อนเนื้อร้ายของจริงที่จะมาคร่าชีวิต “เร็วกว่า” กลุ่มที่ไม่ได้ตรวจ แต่อย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนโชคชะตาได้ เพราะถ้าเป็นเนื้อร้ายของจริงละก็ กว่ามันจะมีขนาดใหญ่พอให้ตรวจเจอ มันก็ลามที่อื่นแล้วละครับ

ผมพบว่ากลุ่มที่ไม่ได้เข้ารับการตรวจ ปล่อยเจ้าก้อนมะเร็งทิ้งไว้ มีจำนวนผู้เสียชีวิตก็ไม่ต่างจากกลุ่มที่เข้ารับการตรวจหามะเร็งแต่อย่างใด แม้การทำซีทีสแกนอย่างถี่ถ้วนทำให้ตรวจเจอก้อนเนื้อร้ายเร็วกว่าการเอกซเรย์อยู่มาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมือนกัน คือยิ่งเจอเนื้อร้ายก้อนเล็ก ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็น “ของปลอม” ส่วนก้อนเนื้อร้ายของจริงซึ่งก็คือมะเร็งนั้นแพร่กระจายไปยังจุดอื่นๆ แล้ว

 

4. วิธีเพตสแกนทำให้ได้รับปริมาณรังสีมาก

มีหลายกรณีที่การทำเพตสแกนสามารถตรวจเจอก้อนมะเร็งขณะที่ทำซีทีสแกนไปแล้วกลับไม่เจอ แล้วก็ไม่รู้ว่าเจ้าก้อนที่เจอนั้นเป็น “มะเร็งของจริงที่ลุมลามไปที่อื่นแล้ว” หรือไม่ หรือว่าจะเป็น “ของปลอม” กันแน่ ดังนั้นเจอไปก็ไม่ช่วยให้ชีวิตยืนยาวขึ้นแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม วิธีเพตสแกนต้องใช้รังสีปริมาณมากตรวจเพียงครั้งเดียวก็อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้แล้ว อย่างที่ผมเขียนไว้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีคนเป็นมะเร็งจากการรับรังสีเพราะการตรวจโรคอย่างล้นหลามเลยละครับ

 

5. ยิ่งตรวจคัดกรองอย่างละเอียด ยิ่งเจอ “เนื้อร้ายปลอม”

ยุคสมัยนี้มีหมอที่รับหน้าที่ตรวจสุขภาพและผู้คนคิดว่า “การตรวจมสุขภาพโดยรวมไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ สู้ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจแต่ละส่วนให้ละเอียดไปเลยดีกว่า” มากขึ้นเรื่อยๆ ทว่าหากตรวจพบก้อนมะเร็งขนาดเล็ก ความเป็นไปได้ที่ผู้ป่วยจะตัดสินใจเข้ารับการรักษา “มะเร็งปลอม” ที่ไร้ความหมายก็สูงขึ้นตามไป ทำให้จำนวน “ผู้ป่วยปลอม” มีมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นการตรวจสุขภาพแต่ละส่วนอย่างละเอียดจึงเป็นอันตรายเสียยิ่งกว่าการตรวจสุขภาพโดยรวมอีกนะครับ

 

ฟื้นฟูโรคมะเร็งกลับมาปกติอีกครั้ง ไม่ต้องพึ่งหมอ ด้วยอาหารเสริม พลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

เพิ่มเพื่อน

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” 47 เรื่องต้องรู้ก่อนไปหาหมอ ” คนเขียนคือ คนโด มะโกะโตะ

แพทย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นในปี 2012

และ นายแพทย์คนโด มะโกะโตะ ยังได้รับเกียรติให้รับรางวัล “Kikuchi Kan Awards ครั้งที่ 60” หากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็พอจะได้ความรู้มากขึ้น

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook