Wednesday 19 December 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > โรคมะเร็ง ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ > 90% ของผู้ป่วยโรคมะเร็ง การรักษาเท่ากับการบั่นทอนชีวิตให้สั้นลง

90% ของผู้ป่วยโรคมะเร็ง การรักษาเท่ากับการบั่นทอนชีวิตให้สั้นลง

หมวดหมู่ : โรคมะเร็ง, ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ 17 October 2017 เปิดอ่าน 12,467 ครั้ง

โรคมะเร็ง,มะเร็ง,รักษามะเร็ง

90% ของผู้ป่วยโรคมะเร็งในญี่ปุ่น

หากปล่อยเนื้อร้ายทิ้งไว้ จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างแข็งแรงกว่าการเข้ารับการรักษา คุณอิสึมิ มะซะตะกะ อดีตผู้ประกาศข่าวออกมาประกาศออกสื่อเป็นครั้งแรกว่าตนเป็นมะเร็งกะเพาะอาหาร หลังจากรับการผ่าตัดใหญ่ก็เสียชีวิตลงในระยะเวลา 3 เดือน

มากกว่า 20 ปีที่ผมเคยตรวจ “คนไข้ที่ปล่อยเนื้อร้ายทิ้งไว้” กว่า 150 คน พบว่า แม้จะเป็นมะเร็งกะเพาะอาหาร แต่ก็ไม่เคยมีใครเสียชีวิตในระยะเวลาไม่กี่เดือน มีหลายคนใช้ชีวิตตามปกติได้ถึง 3-9 ปี!

นอกจากนี้ยาต้านมะเร็งหรือเคมีบำบัด (คีโม) ยังเป็นพิษร้ายแรงอีกด้วย ยาต้านมะเร็งมีฤทธิ์แค่ “ทำก้อนเนื้อร้ายเล็กลงชั่วคราว” ไม่ได้ช่วยรักษาหรือมีประโยชน์ในการยื้อชีวิตออกไปแต่อย่างใด เคมีบำบัดไม่มีความหมายอะไรเลยกับก้อนเนื้อร้ายอย่างมะเร็งเต้านม มะเร็งกะเพาะอาหาร หรือมะเร็งเกือบทั้งหมดที่คนญี่ปุ่นเป็นกัน รังแต่จะบั่นทอนชีวิตและทำให้ทุกข์ทรมานจากผลข้างเคียงของยาเท่านั้น

แล้วการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งล่ะ ที่ผ่านมาไม่เคยมีหลักฐานที่เปี่ยมประสิทธิภาพสักชิ้น ต่อให้ “ตรวจพบเร็ว รักษาเร็ว” เท่าไร อัตราส่วนของคนที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งก็ไม่ได้ลดลงมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 แทบทั้งหมดของเนื้อร้ายที่ตรวจพบและไม่แสดงออกมาเป็นอาการเจ็บป่วยก็คือ “ก้อนเนื้อร้ายของปลอม” ซึ่งมันไม่คร่าชีวิตเราหรอก การรักษาด้วยเคมีบำบัด หรือตัดชิ้นเนื้อออกไปจึงไม่มีความหมาย เนื่องจากก้อนเนื้อร้ายของจริงกำลังกระจายตัวอยู่

อย่างไรก็ตาม การปล่อยก้อนเนื้ออย่างถึงที่สุด จะสามารถใช้ชีวิตได้สุขสบายกว่าครับ

หมอที่ญี่ปุ่นโหดร้ายกว่ายากูซ่าหรือโจรเสียอีก

ลองนึกถึงคนดังหรือคนรอบตัวที่ไปหาหมอแล้วเสียชีวิต ไม่ถูกจำกัดอิสรภาพทางร่างกายดูสิครับ

ระยะหลั งในญี่ปุ่นเกิดเหตุเศร้าสลดจากการสูญเสียคนดังๆ ซึ่งปรากฏตัวในโทรทัศน์พร้อมประกาศตัวว่าจะเข้ารับการรักษามะเร็งทันทีหลังจากตรวจพบเนื้อร้ายเพียงไม่กี่เดือนอยู่เสมอ เหมือนกรณีของคุณอิสึมิที่กล่าวถึงไปเมื่อครู่ พวกเขาต้องทรมานจากการต่อสู้จากโรคร้ายก่อนเสียชีวิต อาการคลื่นไส้ เหนื่อยล้ารุนแรง ผมร่วง ร่างกายผ่ายผอม สิ่งเหล่านี้คือความโหดร้าย

ความจริงมะเร็งที่ไม่สร้างความเจ็บปวดแม้จะปล่อยไว้ก็มีไม่น้อย เช่น มะเร็งกะเพาะอาหาร มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งปากมดลูก เป็นต้น บรรดาแพทย์ญี่ปุ่นมักจะบอกคนไข้หน้าใหม่ให้รีบรักษาทันที เพราะโรงมะเร็งนั้นน่ากลัว ทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานจนกระทั่งเสียชีวิต ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้อง “รักษามะเร็ง” เลย

แน่นอนว่า เจ้าก้อนเนื้อร้ายคงเจ็บใจที่ถูกกล่าวหา

ไม่เฉพาะมะเร็งเท่านั้น ยังมีคนที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคอ้วน แล้วเริ่มวิ่งจ๊อกกิ้งจนทำให้เสียชีวิตปุบปับเพราะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หรือพบอาการเส้นเลือดในสมองโปร่งพองจากการทำ MRI (การสแกนอวัยวะภายในอย่างละเอียดชัดเจน และแม่นยำ) จึงเข้ารับการผ่าตัดจนเป็นอัมพาตครึ่งซีกอีกด้วย…

ผู้คนที่บั่นทอนชีวิตตัวเองจากการไปหาหมอมีมากมายเหลือเกิน

หมอโหดร้ายกว่ายากูซ่าหรือโจรเสียอีก ยากูซ่าไม่ได้ฆ่าหรือสั่งให้พลเมืองไม่รู้อีโหน่อีเหน่มากมายตัดนิ้วทิ้ง โจรส่วนใหญ่ก็ทำแค่ขโมยเงินเท่านั้น

แต่นอกจากหมอขูดรีดเงินคนไข้แล้ว หมอยังจำกัดอิสรภาพทางร่างกายและทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายด้วย

การป้องกันโรคที่แท้จริงคือการกลับสู่ธรรมชาติอีกครั้ง นั้นก็คือการใช้ธรรมชาติบำบัดนั้นเอง ไม่ว่าท่านจะเป็นโรคอะไรก็ตามย่อมมีทางรักษาเสมอ อย่าเชื่ออะไรเพียงเพราะได้ฟังต่อๆกันมา หรือ คนส่วนใหญ่เขาว่า แต่จงหาข้อมูลให้รู้แจ้งเห็นจริงจึงตัดสินใจ จึงจะส่งผลให้ชีวิตของคุณยืนนานขึ้น แม้กระทั้งโรคมะเร็งก็มีทางรักษา ติดต่อเราเพื่อดูแลคุณได้ที่ 064-456-1565  Line : 0644561565

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” 47 เรื่องต้องรู้ก่อนไปหาหมอ ” คนเขียนคือ คนโด มะโกะโตะ

แพทย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นในปี 2012

และ นายแพทย์คนโด มะโกะโตะ ยังได้รับเกียรติให้รับรางวัล “Kikuchi Kan Awards ครั้งที่ 60” หากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็พอจะได้ความรู้มากขึ้น

เปิดอ่าน 12,467 ครั้ง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook