หน้าแรก > โรคมะเร็ง ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ > การรักษาโรคมะเร็งเต้านมโดยไม่ตัดเต้านมทิ้งมีอัตราที่จะหายขาดเท่าๆ กัน

การรักษาโรคมะเร็งเต้านมโดยไม่ตัดเต้านมทิ้งมีอัตราที่จะหายขาดเท่าๆ กัน

หมวดหมู่ : โรคมะเร็ง, ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ 20 October 2017 เปิดอ่าน 600 ครั้ง

โรคมะเร็งเต้านม,มะเร็งเต้านม,รักษามะเร็งเต้านม

จุดเริ่มต้นมาจาก “การช่วยเหลือคนไข้ โรคมะเร็งเต้านม ให้รอดพ้นจากการถูกตัดเต้านมทิ้ง”

เมื่อจบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ ผมก็เป็นบุคลากรแพทย์ภาควิชารังสีวิทยาในมหาวิทยาลัยเดียวกัน มีโอกาสทำงานวิจัยด้านการฉายรังสีเพื่อรักษาโรคมะเร็งโดยเฉพาะ เป็นอาจารย์บรรยายให้ความรู้แก่นักศึกษาแพทย์และตรวจผู้ป่วยนอก

หลังจากไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ผมก็กังขากับวิธีรักษาโรคมะเร็งของญี่ปุ่น ผมเริ่มเขียนบทความให้นิตยสารรายเดือน Bungeishunju ในปี ค.ศ. 1988 ว่า

“การรักษา โรคมะเร็งเต้านม โดยไม่ตัดเต้านมทิ้งมีอัตราที่จะหายขาดเท่าๆ กัน มันเป็นความผิดของศัลยแพทย์เองมิใช่หรือ ที่ถือวิสาสะตัดเต้านมทิ้งไปทั้งเต้า”

เวลานั้นในทวีปและอเมริกาจะใช้ “วิธีการรักษาแบบ รักษาเต้านม ไว้” คือเอาเฉพาะส่วนเนื้อร้ายออกเท่านั้น ทว่าที่ญี่ปุ่นกลับตัดเต้านมทิ้งทั้งยวง ซึ่งเป็นการกระทำที่โหดร้ายมาก

แม้ผมจะเป็นหมอคนเดียวที่ผลักดันวิธีรักษาแบบนี้ จึงเพียรบอกเล่าวิธีการรักษาแบบไม่ต้องตัดเต้านมทิ้งให้ผู้หญิงหลายคนได้รับรู้ แม้จะข้างเดียวก็อยากจะช่วยหน้าอกของคุณผู้หญิงไว้ ก่อนหน้านั้นในปี ค.ศ. 1983 พี่สาวผมรู้ว่าตัวเองเป็น โรคมะเร็งเต้านม ผมก็เอาวิธีรักษาซึ่งประสบความสำเร็จของทางยุโรปและอเมริกาให้เขาดู แล้วบอกว่า “ถ้าเป็นผมจะเลือกรักษาแบบเก็บเต้านมไว้” ซึ่งพี่สาวก็เห็นด้วย จนปัจจุบันนี้ 30 กว่าปีผ่านไปแล้ว เธอก็ยังแข็งแรงดีครับ

บทความในนิตยสาร Bungeishunju มีอิทธิพลและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี หลังจากนั้นมีผู้ป่วยมาหาผมและเลือกรักษาแบบเก็บเต้านมไว้ถึง 3,000 คน บางปีก็มีถึง 1% ของผู้ป่วย มะเร็งเต้านม ในญี่ปุ่น ปัจจุบัน 20 ปีผ่านไป มีผู้หญิงญี่ปุ่นที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมเป็นจำนวนกว่า 60% เลือกรักษาแบบเก็บเต้านมไว้

ผมขวนขวายหาความรู้เรื่องการรักษามะเร็งจากทั่วโลก และอาจเป็น “คนแรกในญี่ปุ่น” ที่ตัดสินใจบอกกล่าวเรื่องโรคมะเร็งแก่ผู้ป่วย

หนังสือเรื่อง คนไข้ครับ อย่าต่อสู้กับมะเร็งเลย ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1996 ผมเขียนไว้ว่า “ก้อนมะเร็งมีทั้งของจริงและ ‘ของปลอม’ ไม่ว่าจะจริงหรือปลอม วิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือทำคีโมจะเปล่าประโยชน์เสีย 90% ” จนเกิดข้อถกเถียงกันยกใหญ่

หลังจากนั้นผมก็เขียนหนังสือ เคล็ดลับหลีกหนีให้พ้นแพทย์ที่ไม่ได้ความและวิธีการรักษาแย่ๆ และ เมื่อโรงพยาบาลทำให้คนไข้ถึงแก่ความตาย ตีแผ่ปัญหาทั้งหมดของการรักษาทางการแพทย์

ผมเดินเข้าห้องวิจัยตอน 6 โมงเช้าทุกวันตลอดสัปดาห์มา 30 ปี นอกจากตรวจวินิจฉัยโรคแล้ว ก็แทบจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการอ่านหรือเขียนบทความทางการแพทย์ นั่งแช่ติดโต๊ะทำงานจนรากงอกเลยละครับ

 

ฟื้นฟูโรคมะเร็งกลับมาปกติอีกครั้ง ไม่ต้องพึ่งหมอ ด้วยอาหารเสริม พลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

เพิ่มเพื่อน

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” 47 เรื่องต้องรู้ก่อนไปหาหมอ ” คนเขียนคือ คนโด มะโกะโตะ แพทย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นในปี 2012 และ นายแพทย์คนโด มะโกะโตะ ยังได้รับเกียรติให้รับรางวัล “Kikuchi Kan Awards ครั้งที่ 60” หากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็พอจะได้ความรู้มากขึ้น

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook