Wednesday 19 December 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > คุยเรื่องสุขภาพ โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ > โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ รักษาได้ด้วยอาหารเสริม จริงหรือไม่ ?

โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ รักษาได้ด้วยอาหารเสริม จริงหรือไม่ ?

หมวดหมู่ : คุยเรื่องสุขภาพ, โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ 17 April 2018 เปิดอ่าน 86 ครั้ง

โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ (Autoimmune Diseases)      

มาร์คเป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัว เขาเป็นลูกคนที่ 6 ที่จะต้องพยายามเข้ากับพี่ๆให้ได้ มาร์คเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่มีสุขภาพแข็งแรง ชอบเล่นกีฬาและเข้าการแข่งขันบ้าง กีฬาที่เขาชอบที่สุดคือฟุตบอล

เมื่อมาร์คมีอายุ 12 ปี เขาเริ่มฝึกหนัก อยู่มาวันหนึ่งเขาเริ่มมีอาการปวดท้องอย่างกะทันหัน ไม่นานนัก อาการปวดท้องทรุดหนักลง จนกระทั่ง 2-3 วันหลังจากนั้น อาการปวดท้องยังส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียและอาเจียน เมื่อร่างกาของมาร์คไม่มีปฏิกิริยาตอบรับกับยาใดๆ ผู้ปกครองจึงรีบส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งเขาก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบ เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้นและร่างกายฟื้นตัวแล้ว มาร์คจึงได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล

มาร์คพักอยู่ที่บ้านได้ไม่นานก็มีอันต้องถูกส่งตัวกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่งในช่วงเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง เขามีอาการปวดบริเวณช่องท้องเพิ่มมากขึ้น ถ่ายเป็นเลือดและอาดเจียน อาการของเขาทรุดหนักลงกว่าช่วงก่อนผ่าตัด เด็กหนุ่มผู้นี้ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแพทย์เองก็มีความประหลาดใจกับอาการที่เขาเป็น แพทย์ได้ส่งตัวมาร์คไปยังฝ่ายกุมารเวช แผนกกระเพาะอาหารและลำไส้ที่ศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยโลม่าลินดา แพทย์ได้นำตัวมาร์คเข้าห้อง ICU เด็กทันที พวกเขาได้ทำการส่องกล้องเพื่อดูลำไส้ในวันถัดมาและตัดตัวอย่างชิ้นเนื้อของลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่มาตรวจ

ผู้ปกครองของมาร์คได้เห็นขั้นตอนการผ่าตัดจากวีดีโอเทป ซึ่งทำให้พวกเขาต้องจ้องมองด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่งเพราะได้เห็นริ้วรอยของผนังลำไส้ของมาร์คที่เหมือนกับถนนลูกรัง แพทย์วินิจฉัยว่ามาร์คกำลังเป็นโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติที่มีชื่อว่า Crohn’s disease (โรคลำไส้เล็กอักเสบ) และยังติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า c. difficile

มาร์คมีอาการเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง คุณลองคิดดูสิครับว่าเด็กคนนี้จะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากเพียงไร แพทย์ได้สั่งยา prednisone จำนวน 200  มิลลิกรัม ยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวด ทางผู้ปกครองและแพทย์ได้ปรึกษาหารือกันว่าควรจะต้องตัดลำไส้เล็กของมาร์คบางส่วนออกไปหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่การเฝ้าดูอาการของมาร์คไปสักระยะหนึ่งก่อน

อาการของมาร์คดีขึ้นอย่างช้าๆ การส่องกล้องตรวจงำไส้แสดงให้เห็นว่าไม่มีการติดเชื้อแล้ว อาการดังกล่าวเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามาร์คกำลังเป็นโรคลำไส้เล็กอักเสบ ซึ่งแพทย์ก็ได้บอกผู้ปกครองว่าโรคนี้เป็นโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติที่ไม่สามารถรักษาได้ แพทย์อธิบายว่า ระบบภูมิคุ้มกันของมาร์คกำลังเริ่มต้นทำลายลำไส้ของตัวเอง ซึ่งมันจะก่อให้เกิดการอักเสบและความบาดเจ็บอย่างรุนแรง ทีมแพทย์ผู้รักษาต้องการให้มาร์คเข้ารับการบำบัดทางเคมีด้วยตัวยาที่เรียกว่า Imuran ทั้งๆที่เขายังกำลังได้รับยา prednisone และยาแก้ปวดในระดับสูงอยู่ เมื่อมาร์คเริ่มยา Imuran หลังจากรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 6 สัปดาห์ เด็กคนนี้รู้สึกดีใจที่กำลังได้กลับบ้าน

ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เขากลับบ้านได้ไม่นาน ภายในเวลา 1 สัปดาห์ มาร์คมีอาการปวดช่องท้องอย่างรุนแรงอีกครั้งหนึ่งและต้องกลับมานอนที่โรงพยาบาล

แพทย์รักษามาร์คด้วยการให้ยาที่ควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน หากระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำลายตัวเองแล้ว แน่นอนว่ามันก็จะทำหน้าที่ในการต่อสู้ของมันอย่างเต็มที่ แต่ผลข้างเคียงหลักอย่างหนึ่งของยาชนิดนี้ก็คือ มันจะกำจัดสารต้านอนุมูลอิสระทางธรรมชาติในร่างกายออกไปด้วย ไม่นานนักโรคลำไส้เล็กอักเสบก็อ่อนฤทธิ์ลง แต่ระบบภูมิคุ้มกันของเขาที่ลดลงไปจากการหยุดของยาจึงทำให้มาร์คอ่อนแอและสามารถเป็นโรคติดเชื้อได้ทุกชนิด โรคหวัดธรรมดาก็สามารถทำให้เขาเป็นโรคปอดบวมได้ หรือแม้กระทั่งไข้หวัดก็สามารถทำให้เขาล้มป่วยได้เป็นเวลาหลายอาทิตย์ ช่วงปีแรกหลังจากที่มาร์คมีอาการป่วยกลางสนามฟุตบอล มาร์คต้องเข้ารับการรักษาโรคติดเชื้ออันตรายถึง 7 ครั้งและเป็นเวลาเดียวกันที่ผมได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็กผู้ชายคนนี้

พ่อของมาร์คเดินมาพบผมหลังจากที่ได้รู้จักผมจากงานประชุมทางวิชาการที่ซานดิเอโก้ เขาถามผมว่าเขาควรจะทำอย่างไร ซึ่งผมก็บอกไปว่ามาร์คควรจะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ อีกทั้งแร่ธาตุอัดเม็ดพร้อมกับสารสกัดจากเมล็ดองุ่นและโคเอ็นไซม์คิว 10 ผมยังย้ำอีกว่าเขาจะต้องได้รับสารอาหารเหล่านี้ด้วยปริมาณที่เหมาะสม อีกทั้งกรดไขมันจำเป็นในอาหาร รวมไปถึงน้ำมันจากเมล็ดพืชที่มีดอกสีน้ำเงิน สิ่งที่ได้แนะนำไปทั้งหมดนี้จะช่วยกระตุ้นระบบป้องกันอนุมูลอิสระทางธรรมชาติของมาร์คให้ดีขึ้น

อาการของมาร์คเริ่มดีขึ้นแต่ก็ยังทรมานกับอาการปวดท้องและผลข้างเคียงจากยา ซึ่งแพทย์ก็ค่อยๆลดปริมาณยา prednisone ลง ยังคงให้ยา Imuran เหมือนเดิม ผู้ปกครองของมาร์คเข้าปรึกษาผมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมก็แนะนำให้พวกหาทางเลือกที่ 2 จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านกุมารเวช แผนกกระเพาะอาหารและลำไส้ที่โรงพยาบาลเอกชน

หลังจากที่พบผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นและเขาได้เห็นว่ามาร์คมีอาการที่ดีซึงพิจารณาจากผลข้างเคียงของการให้ยา Imuran ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่ามาร์คควรจะหยุดยาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Imran และยาแก้ปวด ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้ลดระดับยา Imuran ลงอย่างช้าๆและมาร์คได้รับการช่วยเหลือจากนักจิตวิทยาผู้ซึ่งให้เทคนิคเขาเพื่อช่วยในการผ่อนคลายตัวเอง และในที่สุด มาร์คก็สามารถหยุดยาได้ทั้งหมด ท้ายที่สุด มาร์คไม่ต้องรับยาใดๆ อีก อีกทั้งยังรู้สึกว่าดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

เวลานี้มาร์คสามารถรับประทานอาหารปกติได้ ซึ่งผมก็รู้สึกดีใจมากที่เด็กวัย 15 ปีได้กลับมามีชีวิตที่สดใสอีกครั้ง มันช่างเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวและเป็นกระสบการณ์ที่เจ็บปวดสำหรับผู้ปกครองที่ต้องอดทนดูลูก  มันเป็นโรคที่ทิ้งความหวังไว้เพียงน้อยนิดกับการรักษา แต่เวลานี้เขาไม่มีอาการใดๆ ไม่มีอาการของโรคลำไส้อักเสบมาเป็นเวลา 2 ปีครึ่งแล้ว และเราก็รู้สึกดีกับอนาคตของมาร์ค

คำถามที่เหลืออยู่ก็คือ ทำไมระบบภูมิคุ้มกันของมาร์คถึงได้ทำกับเขาเช่นนั้น? จริงๆแล้วระบบภูมิคุ้มกันโรคควรที่จะช่วยเหลือร่างกายไม่ใช่หรือ? ผมขอเล่าถึงระบบภูมิคุ้มกันว่ามันมีการทำงานอย่างไร อ่านต่อได้ที่บทความต่อไป

 

โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ แก้ได้ด้วย ด้วยอาหารเสริมด้วยพลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

เพิ่มเพื่อน

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” เมื่อคุณหมอไม่รู้จักอาหารเสริม ”

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook