หน้าแรก > โรคมะเร็ง ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ > 90% ของมะเร็ง ยิ่งรักษา ยิ่งอายุสั้น ปล่อยทิ้งไว้จะดีที่สุด

90% ของมะเร็ง ยิ่งรักษา ยิ่งอายุสั้น ปล่อยทิ้งไว้จะดีที่สุด

หมวดหมู่ : โรคมะเร็ง, ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ 19 November 2017 เปิดอ่าน 442 ครั้ง

มะเร็ง,โรคมะเร็ง,รักษามะเร็ง,รักษาโรคมะเร็ง

สิ่งที่ผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารคนดังสอนมา

หากปล่อยก้อนมะเร็งไว้ มันจะยิ่งโต รังแต่จะทำให้เจ็บปวดจนยาชาเอาไม่อยู่และเสียชีวิต ถ้าพูดถึงมะเร็ง สังคมมักคิดกันไปว่า “ถ้าไม่รักษา ปล่อยให้โตไปเรื่อยๆ แล้วจะต้องตายแน่ๆ” ทำไมจึงแน่ใจไปอย่างนั้นเล่า คนไข้เกือบทั้งหมดจะเข้ารับการรักษามะเร็งเมื่อตรวจเจอมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว สำหรับมะเร็งระยะสุดท้ายและมะเร็งที่ลุกลามจนทำอะไรไม่ได้ถือเป็นอีกเรื่อง ทว่าผมไม่เคยเห็นใครไม่รักษามะเร็งในระยะเริ่ม (ระยะ0, ระยะ1) หรือระยะที่กำลังลุกลาม (ระยะ2) เลย

นอกจากนี้เมื่อปี ค.ศ. 1993 ในยุคที่ไม่ค่อยมีการบอกกล่าวให้คนอื่นรู้ว่าเป็นมะเร็ง ผู้ประกาศอย่างคุณอิสึมิ มะซะตะกะเป็นคนแรกๆ ที่ออกแถลงข่าวว่าตัวเองเป็น “มะเร็งกระเพาะอาหารระยะร้ายแรง” 1 เดือนให้หลังนับว่าที่รู้ว่าเป็นมะเร็ง เขาก็เข้ารับการผ่าตัดแม้เนื้อร้ายจะลามไปทั่วแล้ว การผ่าตัดครั้งที่ 2 ในเดือนกันยายนเอาอวัยวะภายในออกไปถึง 3 กิโลกรัม ซ้ำร่างกายที่อ่อนแอยังต้องรับภาระการทำเคมีบำบัดจนผ่ายผอมก่อนจะเสียชีวิตในเดือนธันวาคม หลังจากนั้นผมมีโอกาสสอบถามพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ดูเหมือนว่าก้อนเนื้อร้ายกลับมาเกิดบริเวณรอยแผลจากการผ่าตัดครั้งแรก

มีคนพูดบ่อยครั้งว่า “เมื่อผ่าตัด ก้อนมะเร็งจะระเบิด” เซลล์มะเร็งที่ซ่อนตัวอยู่จะทะลักเข้ามาตรงจุดที่มีดผ่าตัดแทรกมาทำลายเนื้อเยื่อของโครงสร้างปกติแล้วเพิ่มจำนวนอย่างง่ายดาย อีกอย่างไม่ว่าจะตัดก้อนมะเร็งใหญ่ขนาดไหนทิ้งไป ก้อนมะเร็งก็ไม่หายไป เนื่องจากเซลล์มะเร็งของจริงจะแพร่กระจายไปทั่วก่อนจะหาเจอนานแล้ว

นอกจากนี้ ยาต้านมะเร็งยังเป็นพิษร้ายแรง ประสิทธิภาพของยาต้านมะเร็งทำให้ “ก้อนมะเร็งเล็กลงชั่วคราว” เท่านั้นแล้วก้อนนั้นจะใหญ่ขึ้นมาอีก ซึ่งหมายความว่า แม้สรรพคุณของยาต้านมะเร็งจะดีเลิศเพียงใดก็ไม่ได้ช่วยรักษาหรือทำให้ชีวิตยืนยาวขึ้น

จากการประชุมที่สหรัฐอเมริการในปี ค.ศ. 1990 มีการยื่นเอกสารของสำนักงานประเมินเทคโนโลยี (OTA) ลงความเห็นว่า “ยาต้านมะเร็งและการฉายรังสีทำให้เนื้อร้ายตรงส่วนนั้นเล็กลงชั่วคราว แต่ถึงจะเล็กลงก็ไร้ความหมาย นอกจากจะไม่ได้การยอมรับว่าสามารถยืดชีวิตออกไปได้แล้ว ยังส่งผลให้การดำเนินชีวิตของคนไข้เลวร้ายลงด้วย”

ยาต้านมะเร็งที่นำมารักษา “ก้อนมะเร็ง” อย่างมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหารซึ่งนับเป็น 90% ของผู้ป่วยมะเร็งในญี่ปุ่นมีแต่จะบั่นทอนชีวิตให้สั้นลง ทำให้ผู้ป่วยต้องเผชิญกับความทรมานจากผลข้างเคียงอย่างไม่ต้องสงสัย

อย่าสู้กับมะเร็ง

ความตายที่แสนทรมานของคุณอิสึมิ มะซะตะกะเป็นสัญลักษณ์ของความไร้ประโยชน์ในการรักษามะเร็งด้วยการผ่าตัดและใช้เคมีบำบัด

ทว่าในสมัยนี้เราต้องเผชิญกับความโศกเศร้าจากการสูญเสียคนดังๆ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจากที่เห็นในโทรทัศน์แบบไม่ทันตั้งตัว หลังจากเขาออกมาประกาศว่าจะทุ่มเทให้กับการรักษาเพราะตรวจเจอมะเร็ง

คนไข้กว่า 150 คนในกลุ่ม “ปล่อยก้อนมะเร็งทิ้งไว้” ซึ่งผลตรวจมามากกว่า 20 ปี แม้จะเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารก็ไม่มีใครเสียชีวิตในเวลาเพียงไม่กี่เดือนเลยนะครับ ในทางกลับกัน บางคนแม้จะใช้ชีวิตตามปกติอย่างเคยก็อยู่ได้ 3-9 ปีเลยละครับ

ยิ่งไปกว่านั้นมะเร็งที่ปล่อยไว้แล้วไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดนั้นมีไม่น้อย เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือแม้จะเจ็บปวดก็สามารถให้มอร์ฟีนควบคุมได้

การรักษาที่ไม่จำเป็นทำให้คนไข้จบชีวิตลงพร้อมกับความเจ็บปวดทรมาน แต่หมอไม่เคยพูดกับคนไข้ใหม่หรือครอบครัวว่า “การรักษานั้นน่ากลัว” กลับบอกว่า “มะเร็งน่ากลัว เพราะฉะนั้นต้องรักษาทันที”

ด้วยเหตุนี้คนหมู่มากจึงเข้าใจผิดว่ามะเร็งเป็นโรคร้ายที่น่ากลัว ซึ่งจะมาคร่าชีวิตและสร้างความเจ็บปวดหากปล่อยทิ้งไว้ให้มันใหญ่ขึ้นๆ

 

โรคมะเร็ง สามารถฟื้นฟูได้ด้วยอาหารเสริม พลูคาวพลัสลูทีน ดีที่สุดในประเทศไทย

มีรีวิวผู้ทานจริงมากมาย สามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่  064-456-1565  Line : 0644561565

 

อ้างอิงข้อมูลนี้มาจากหนังสือเรื่อง ” 47 เรื่องต้องรู้ก่อนไปหาหมอ ” คนเขียนคือ คนโด มะโกะโตะ

แพทย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในญี่ปุ่นในปี 2012

และ นายแพทย์คนโด มะโกะโตะ ยังได้รับเกียรติให้รับรางวัล “Kikuchi Kan Awards ครั้งที่ 60” หากคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็พอจะได้ความรู้มากขึ้น

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook